บี น้ำทิพย์ ตอบกลับแซ่บ!! เกรียนคีย์บอร์ดแจกกล้วยกลางไอจี

เหมือนคนดูทางบ้านจะอินสุดๆ สำหรับรายการเดอะเฟสไทยแลนด์ซีซั่น3 ที่ถึงกับตามถล่มคอมเม้นท์เมนเทอร์ทั้งสามในไอจี แต่ที่ดูจะโดนหนักสุดคงหนีไม่พ้นเมนเทอร์ “บี น้ำทิพย์” อย่างล่าสุดที่เจ้าตัวโดนเกรียนคีย์บอร์ดต่อว่าแจกอวัยวะเพศ จนทำเอาสาวบีถึงกับสะดุดแล้วตอกกลับด้วยถ่อยคำแซ่บๆ สมกับเป็นเมนเทอร์รายการนี้จริงๆ

โดยล่าสุดมีโอกาสได้เจอ บี น้ำทิพย์ เจ้าตัวจึงได้ออกมาชี้แจงว่า ที่โพสต์ตอบกลับไปนั้นไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่โพสต์กลับไปแบบขำๆ พร้อมยืนยันเธอไม่ใช่คนไม่มีกาลเทศะกับรุ่นพี่ในรายการ แต่เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น เพราะนอกรายการก็แทบจะกราบทักทายกันอยู่แล้ว

ล่าสุดมีคลิปทะเลาะกับสไตล์ลิสรายการเดอะเฟสไทยแลนด์3 เห็นคลิปหรือยัง?
“เห็นแล้วค่ะ จริงๆ ตอนถ่ายก็มีอารมณ์กันทั้งคู่ค่ะ อย่างที่เห็นในคลิป แต่เราก็ไม่อยากจะโทษฝ่ายไหน คือมันอยู่ในการแข่งขันที่ไม่ใช่การเดินแบบจริงๆ เราก็ต้องอยากให้มันแฟร์ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ อันไหนที่มันไม่เซฟกับน้อง เราก็เป็นห่วงด้วยเรื่องความปลอดภัย เพราะอย่างที่ของบอสซั่มก็ต้องเข้าเฝือกอ่อนเลยค่ะ ที่ล้มขาพลิกนิดหน่อยเลยต้องเข้าโรงพยาบาล”

ตอนที่มีปัญหาได้คุยกับทีมงานไหมว่ามันเดินไม่ได้?
“เนื่องจากเวลาถ่ายทำมันจับเวลาไงคะแค่ 20 นาที เราเห็นแค่หน้าเซทตอนนั้น เลยไม่มีเวลาที่ต้องไปนั่งคุยหรือนั่งชี้แจง แต่เอาจริงๆ เราเคลียร์กันจบเรียบร้อยแล้วค่ะตั้งแต่วันนั้น ก็จบกันด้วยดี ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันค่ะ ไม่ได้โกรธกัน เดือนที่แล้วยังเจอยังคุยกันปกติเลยค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เทปนี้ก็ถ่ายจบไปประมาณ 2-3 เดือนแล้วด้วย”

ยืนยันได้ว่าไม่ได้เกาเหลากันใช่ไหม?
“เราโตๆ กันแล้วค่ะเป็นโปรเฟสชั่นแนลพองานก็คืองานเรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว และบีก็นับถือพี่อาร์ตด้วย ไม่ได้มีเรื่องเกาเหลาอะไรกันแน่นอน”

การถ่ายทำจบลงไปแล้วแต่ก็มีคลิปออกมาอีกรอบ มันจะเหมือนว่าเราไม่จบไหม?
“อันนี้ใครเป็นคนโพสต์คลิปล่ะ ก็ต้องดู ตัวเราเองก็ยังไม่รู้ว่าใครโพสต์”

การพูดคุยในรายการดูค่อนข้างแรง กลัวจะมีปัญหากับใครไหม?
“ไม่มีปัญหาค่ะ เราต้องบอกก่อนว่าหลายคนพูดมาเยอะมากว่าบีไม่มีกาลเทศะ คือต้องแยกแยะก่อนนะคะว่านี่คือรายการเดอะเฟสไม่ใช่รายการปกติทั่วไปที่จะมาแบ่งชนชั้นรุ่นพี่รุ่นน้อง ถ้าพูดคำว่ารุ่นพี่ บีบอกเลยว่าอยู่นอกรายการค่ะ เราเจอหน้ากัน เราให้ความเคารพแทบจะกราบเลยเพราะเรารู้ว่าใครเป็นใคร เรามีกาลเทศะพอ แต่พออยู่ในรายการปุ๊บ เราพูดเลยว่าหนูขอโทษนะคะถ้ามันแรงไป คือหนูคุยตลอดทุกเทป ทุกครั้งที่มีการใช้อารมณ์เราเองก็จะไม่สบายใจ แต่ถ้าเรามานั่งกั๊กมันก็จะไม่สนุก มันต้องมานั่งคอยภวังค์เรื่องคำพูด มันจะไม่ใช่ความรู้สึกจริงๆ ที่อยู่ข้างใน บีเป็นคนที่อยากพูดก็พูด พูดให้รู้สึกไปเลย คือมันก็จบอยู่ในรายการ นอกรายการปุ๊บเราก็เคลียร์กัน ไม่ได้มีปัญหาค่ะ ไม่มีใครมีปัญหาด้วยค่ะ”

กับตัวพี่มาช่ามารายการนี้เป็นปีแรก พี่เขาเข้าใจไหม?
“เขาเข้าใจอยู่แล้วค่ะ ไม่งั้นคงไม่มาทำซีซั่น3หรอก”

กับอีกหนึ่งประเด็นที่มีคนมาเม้นท์แจกอวัยวะเพศในไอจีเรา จนเราไปตอบกลับ ทำให้คนมองว่าเผ็ดทั้งในรายการและนอกรายการเลย?
“คือจริงๆ บีโพสต์ว่ากรุณาอย่าเขียนคำหยาบคาย เพราะมีมีแฟนคลับหรือคนที่เป็นรุ่นน้องมาอ่าน ไม่อยากให้เขามาเห็นอะไรแบบนี้ คือเราไม่ได้ตั้งใจจะอ่านอยู่แล้ว ภาพที่มีคนมาด่า แต่อันนั้นเราไปสะดุดเลยตกใจว่ามีคำแบบนั้นออกมาด้วย เลยขอกัดขำๆ แล้วกัน ไม่ได้กัดแบบซีเรียส ไม่ได้โกรธเลยค่ะ เราก็พูดไปว่า ‘เอามาสิ่ เดี๋ยวจะยัดให้หมากินนะ’ อะไรแบบนี้(หัวเราะ) ‘หรือจะยัดให้คนให้ดี’ อย่าคิดว่าไอจีดาราเป็นสาธารณะแล้วจะทำอะไรก็ได้ ถ้าคุณไม่มีกาลเทศะไม่พูดจาสุภาพกับเรา ทำไมเราจะพูดไม่ได้ แต่เราพูดแบบผู้ดีค่ะ(ยิ้ม) หลังจากนั้นบีก็บล็อคเลยค่ะ รำคาญ บีรู้สึกว่ามันไม่จรรโลงใจกับชีวิตเราก็ไม่ต้องฟอลโล่”

ถึงกับโพสต์รูปแยกพร้อมแคปชั่น ถ้าอยากด่าก็มาด่าภาพนี้?
“ต้องบอกว่าเราทำงานในวงการเราก็พอเข้าใจค่ะว่าคนที่เขาดูไม่ใช่คนที่อยู่ในเกม เขาก็จะอินและคิดอะไรก็ได้ ต้องบอกว่ารายการนี้ทุกคนมาโดนด่าหมดค่ะ อยู่ที่ว่าจะโดนด่าน้อยหรือโดนด่ามาก ไม่เป็นไรบียอมโดนด่ามากก็ได้(หัวเราะ) บีว่าซีซั่นนี้ไม่นอยด์เท่าซีซั่นแรก เหมือนซีซั่นที่แล้วมันพีคที่สุดแล้ว ทำให้คนรู้จักกันมากขึ้น พอรู้ว่าจะมีซีซั่นที่3 คนก็จะไปศึกษารูปแบบรายการจะเข้าใจมากขึ้นว่าเกมนี้มันคืออะไร เกมนี้เมนเทอร์คือผู้เล่นเป็นหมากรุก ส่วนเด็กคือเบี้ยที่ต้องคอยตาม เด็กห้าคนจะมีเพียงคนหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาให้เราได้เห็น เพราะฉะนั้นคนดูจะไม่เข้าใจตรงนี้ แต่เมนเทอร์เขาจะรู้แล้วว่าเด็กคนไหนคือไฟน่อลวอล์คของเขา เพราะฉะนั้นมันจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น เราไม่ได้ตัดอนาคตใคร ทุกคนได้งานหมด ออกปุ๊บได้งานปั๊บทันทีค่ะ”

เมนเทอร์ดูแรงกว่าเด็ก ทำให้รายการนี้ดูขายเมนเทอร์มากกว่าเด็กที่มาประกวด?
“แม่สอนมาดีค่ะ แม่บอกว่าแม่ร้ายได้ เด็กห้ามร้ายค่ะ”

ปีนี้ดูทุกคนรุมด่าที่เราคนเดียวเลย?
“บีลุกก่อนก็จริง บีชนะก่อนก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าบีร้ายสุดนะคะ ต้องรอดูค่ะว่าใครเป็นเมนเทอร์ใครเป็นมอสเตอร์ รายการนี้ไม่มีใครเป็นนางเอกหรอกค่ะ ทุกคนร้ายหมด อยู่ที่ว่าจะร้ายแบบไหน ทุกคนอยากชนะ ไม่งั้นจะมาทำไม”

รายการเครียดขนาดนี้ หวานใจให้กำลังใจยังไงบ้าง?
“ปีนี้ไม่เครียดเลยค่ะ หลายคนอาจจะเห็นว่าทำไมบีพูดเยอะจังเพราะปีที่แล้วบีนิ่งจริงๆ เรามาเพราะดูเชิงดูว่าคนอื่นเป็นยังไง แต่ปีนี้ที่เราโวยวายเพราะเมนเทอร์คนอื่นไม่ค่อยพูดอะไร และมีคนใหม่เข้ามาเราก็อยากจะรู้ว่าเขาเป็นยังไง บางทีก็อยากจะเล่นสงครามประสาทบ้าง”

ความรักตอนนี้แฮปปี้ดีไหม?
“แฮปปี้ดีค่ะ วันวาเลนไทน์ก็ไปทานข้าวกันเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้มีของขวัญอะไรให้เลย ส่วนกำลังใจเขาก็ให้ทุกวันอยู่แล้วค่ะ ส่วนที่หลายคนลุ้นว่าเขาจะมาคุกเข่าขอแต่งงานยังไม่มีค่ะ แล้วก็ยังไม่มีแผนด้วยค่ะ ตัวบีก็ยังไม่ได้คิดเลยค่ะเรื่องนี้ เรื่องความรักค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปดีกว่าค่ะ ยังไม่ต้องรีบหรอก ถ้ามันใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่แค่นั้นเอง”

เหมือนเราเปิดตัวมากขึ้น?
“ตัวเราต้องมั่นใจก่อน การที่เราจะคุยกับใครเราต้องค่อยๆ เปิดตัว เพราะการที่เราเป็นผู้หญิงบีว่าเราเสียหาย แต่ถ้าเราไม่คุยกับใครเลยเราก็จะไม่มีวันรู้เลยว่าเขาคือคนที่ใช่หรือเปล่า เรื่องแบบนี้มันต้องค่อยๆ พูด ถ้าพูดเยอะไปแล้วเป็นผู้หญิงก็เสียหายอยู่ดี”

แสดงว่าเราค่อยข้างมั่นใจกับคนนี้ถึงเปิดตัว?
“ก็โอเคค่ะ โอ๊ยเหงื่อแตกเลย(ยิ้ม)”

หนุ่มสุดแค้น! เพื่อนรักเป็นชู้กับเมีย บุกแทงตายท้ายรถซื้อเปย์

ถูกเขาหักหลัง! หนุ่มแค้นเดือดสะกดรอยตามเมีย เจออยู่กับชู้ที่เคยเป็นเพื่อนรัก ตามเข้าไปกระหน่ำแทงจนตาย คาท้ายรถเก๋งที่เมียซื้อให้ขับ

(21 ก.พ.) พ.ต.ท.คงคณิน ผดุงกรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธทำร้ายร่างกายกัน บริเวณริมอุทยานสวรรค์ ตรงข้ามปากซอยหิมพานต์ 3 ถนนวงค์สวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดแทงเข้าตามร่างกายหลายแห่ง นอนจมกองเลือดอยู่ริมถนน ข้างรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลติส สีดำ ทะเบียน กจ 4894 นครสวรรค์ ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายสุทธิพงษ์ อายุ 31 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร นอกจากนั้นยังพบมีดปอกผลไม้ ยาวประมาณ 9 นิ้ว ตกอยู่และรถจักยานยนต์ฮอนด้า ทะเบียน ขงธ 318 พิจิตร จึงเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบ

นอกจากนี้ยังได้พบตัว นายกฤษฎา อายุ 32 ปี ยืนอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ในสภาพมีคราบเลือดเปื้อนตามร่างกาย กำลังรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ โดยให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือใช้อาวุธมีดทำร้าย นายสุทธิพงษ์ จนเสียชีวิต เนื่องจากปมปัญหาเรื่องชู้สาว

นายกฤษฎา เล่าว่า ทราบว่าผู้ตายแอบมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับภรรยาตนเอง ก่อนจะแอบหนีมาอยู่กินด้วยกัน จนกระทั่งได้สะกดรอยตามและผ่านมาพบ นายสุทธิพงษ์ ขับรถเก๋งพาภรรยาตัวเองไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ จึงได้ลงมือทำร้าย นายสุทธิพงษ์ จนเสียชีวิตดังกล่าว

นายกฤษฎา เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้าย นายสุทธิพงษ์ จริง ซึ่งตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่ดันมาผิดใจกันเพราะแอบมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาของตน โดยตนสืบได้ว่า ฝ่ายหญิงถึงกับมีการซื้อรถเก๋งให้ใช้ อีกทั้งยังโกหกว่าไปทำงานอยู่ที่ จ.สระบุรี แต่แอบมาอยู่กินฉันท์สามีภรรยาที่ จ.นครสวรรค์ ทำให้ตนแค้นใจเป็นอย่างมาก

ตนจึงขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านที่ อ.ชุมแสง เพื่อมาตามหาและบังเอิญผ่านมาพบรถเก๋งคันที่คนรักสุดหัวใจแอบซื้อให้ใช้จอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามสถานบันเทิงพอดี จึงตัดสินใจมุ่งตรงที่รถเก๋งคันดังกล่าว แล้วจึงปล่อยลมยางทั้ง 4 ล้อ ก่อนจะเดินไปซื้อมีดปลายแหลมร้านสะดวกซื้อ

หลังจากนั้น ตนก็ยืนรอให้ผู้ตายเดินออกมาที่รถ ตนจึงเปิดฉากเดินเข้าไปพูดคุยและมีปากเสียงทะเลาะวิวาทด้วยทันที และเพราะความแค้นจึงใช้อาวุธมีดที่ซื้อมาจ้วงแทงผู้ตายแบบไม่ยั้ง กระทั่งล้มลงไปนอนจมกองเลือด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว นายนายกฤษฎา พร้อมหลักฐานอาวุธมีดที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ไปสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อนำประกอบสำนวนคดีก่อน จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาฐานเจตนาฆ่าผู้อื่นฯ ตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไป

สืบตามเจอแม่ใจร้าย ทิ้งลูกแรกเกิด ที่แท้อายุแค่ 19 กลัวพ่อแม่รู้

ตำรวจขอนแก่นสืบหาเบาะแส แม่ใจร้ายนำเด็กทารกวัยสัปดาห์เศษๆ วางทิ้งไว้กลางซอย ที่แท้เป็นสาววัย 19 ปี ไม่มีปัญญาเลี้ยง กลัวพ่อแม่รู้ว่าท้อง

ความคืบหน้ากรณีมีคนพบเด็กทารก อายุประมาณ 1 สัปดาห์ ถูกทิ้งไว้ริมถนนกลางซอยพัทยา 3 บ้านโนนทัน หมู่ 3 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อกลางดึกของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบทราบหาเบาะแสของแม่ที่ทอดทิ้งลูกได้แล้ว

พ.ต.ท.ภูสยาม ลารังสิต รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวว่า ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้ออกติดตามหาแม่ของเด็กที่นำมาทิ้ง โดยประสานไปทางโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อสืบหาแม่ของเด็ก กระทั่งได้ข้อมูลว่าเป็นเด็กที่ทำคลอดจากโรงพยาบาลขอนแก่น

จากนั้นทางโรงพยาบาลได้โทรติดต่อไปยังแม่ของเด็ก โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อโทรศัพท์ติดต่อไป แม่ของเด็กได้รับสาย พร้อมกับยอมรับว่าเป็นแม่ของเด็กที่ถูกทิ้งไปจริงๆ เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวในการรับเลี้ยงเด็ก จึงได้ประสานเพื่อติดตามหาตัวแม่ของเด็กแล้ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่าแม่ของเด็กทารกเพิ่งจะอายุ 19 ปี เป็นชาวอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น หลังจากคลอดลูกแล้วเกิดความหวาดระแวงและกลัวว่าพ่อแม่จะรู้ เพราะที่ผ่านมาเก็บงำเรื่องนี้มาตลอด จึงตัดสินใจนำมาทิ้งในวันดังกล่าว

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อให้ทางญาติมารับไปดูแล พร้อมกับตั้งข้อหา “ทอดทิ้งเด็ก” ไว้ก่อน ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้จะต้องรอผลการตรวจร่างกาย ของทารกอีกครั้งก่อนจะแจ้งข้อหาต่อไป

หนักกว่าที่คิด! ทีมแพทย์เผย “สารัช” ปิดเทอมยาวทั้งซีซั่น

น.พ. พรเทพ ม้ามณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ศัลยกรรมกระดูกและไหล่ เวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลกรุงเทพ และสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ออกมาเผยอาการของ สารัช อยู่เย็น กองกลางตัวหลักของ “กิเลนผยอง” และทีมชาติไทย หลังเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่กระดูกข้อเท้าหัก

โดยนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ได้เผยว่า “ปัญหาคือกระดูกด้านข้างตรงข้อเท้าของเขาหัก ทำให้ข้อเท้าหลุดออกไป และเอ็นรอบๆข้อเท้าก็หลุดด้วย การรักษาคือต้องใส่เหล็กไว้ตรงกระดูกที่หัก และเย็บซ่อมเอ็นที่อยู่ตรงข้อเท้า ทั้งหมด 3 จุด ถือว่ารุนแรงพอสมควร”

“การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่กระนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่กระดูกหักอย่างเดียว เพราะมีทั้งข้อเคลื่อนและข้อหลุดออกไป ทำให้เอ็นรอบฉีกไปด้วย ดังนั้นการผ่าตัดจึงซับซ้อนมากกว่าการยึดด้วยเหล็กธรรมดา ขณะที่หลายคนคิดว่าการมีเหล็กอยู่ในขาจะกระทบมากแค่ไหน ถ้ากระดูกติดดีแล้วก็โอเค มีผลน้อย แต่ฟุตบอลมีจังหวะเข้าปะทะเยอะ อย่างเคส ตัง ก็ต้องเอาเหล็กออกอีก 2-3 ปีข้างหน้า”

“เนื่องจาก ตัง เป็นนักกีฬาอาชีพระดับสูง ดังนั้นเขาจึงต้องรักษาความฟิตอยู่เสมอ ถึงจะออกกำลังขาไม่ได้ แต่เราจะมีการให้ปั่นจักรยานมือแทน เพื่อรักษาความฟิต และระดับเต้นของหัวใจอยู่สม่ำเสมอ ที่นี้กว่ากระดูกจะติด กว่าเอ็นจะติด หรือลงน้ำหนักเท้าได้ คงต้องผ่านไป 4 เดือนเลย จนกว่าจะกลับมาลงสนามได้ คงต้องใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป”

“ก่อนที่จะต้องมาเรียกความฟิตอีก 1-2 เดือน ผมว่าคงประมาณ 6-8 เดือน หากเป็นไปตามนี้เขาก็จะกลับมาเล่นในระดับการแข่งขันได้เลย ส่วน ทีมแพทย์ นักกายภาพ ฟิตเนสโค้ช ก็คงทำงานร่วมกันอย่างหนัก เพื่อให้ตังกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมหรือดีขึ้น”

ซึ่งเท่ากับว่า “เจ้าตังค์” สารัช อยู่เย็น จะต้องพักยาว 8 เดือน และจะส่งผลให้เจ้าตัวพลาดลงสนามช่วย “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้

สุดสลด! ‘ชายตาบอด’ ถูกไฟคลอกดับสยองคาที่นอน

ชายพิการทางสายตา นอนอยู่ในห้องเช่าตามลำพัง ถูกไฟเผาไหม้จนศีรษะและร่างกายบางส่วนดำเกรียมอยู่บนซากที่นอน เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุการเสียชีวิต

เมื่อเวลา 19.00 น. (16 ก.พ.60) ภายในห้องแถวบริเวณฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยนครสวรรค์สามารถควบคุมต้นเพลิงที่ห้องเช่าหมายเลข 6 ไว้ได้หมดแล้ว ด้วยการช่วยกันนำน้ำจากห้องน้ำภายในห้องดังกล่าวมาช่วยกันดับไฟ จึงทำให้ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนภายในห้องเช่าดังกล่าว กลับพบศพผู้เสียชีวิตถูกไฟเผาไหม้จนศีรษะและร่างกายบางส่วนดำเกรียมอยู่บนซากที่นอน ซึ่งทราบชื่อ คือนายวิเชษฐ คงยุทธ ชายพิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง และไม่สามารถเดินได้ มาเช่าห้องอยู่เพียงตามลำพัง โดยมี น.ส.พิลาวัลย์ คงยุทธ บุตรสาวของผู้ตาย กำลังยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

จากการสอบปากคำ น.ส.พิลาวัลย์ บุตรสาวผู้ตาย ให้การว่า บิดาป่วยเป็นโรคเบาหวานขึ้นตา จนทำให้ตาบอดทั้งสองข้าง และไม่สามารถเดินได้ รวมถึงได้หย่าร้างเลิกกับมารดามานานกว่า 10 ปีแล้ว และปัจจุบันมาเช่าห้องพักที่เกิดเหตุอยู่เพียงลำพัง โดยมีตนกับพี่สาวจะคอยสับเปลี่ยนกันนำอาหารมาให้ทั้งเช้าและเย็นทุกวัน

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนได้นำอาหารมาให้บิดาตามปกติ แต่พอมาถึงก็ต้องตกใจ เพราะเปิดประตูห้องเข้าไป พบว่ามีควันลอยฟุ้งอยู่เต็มห้องไปหมด จึงได้รีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบกลับพบว่า บิดาตนถูกไฟคลอกตายคาซากที่นอนไปแล้ว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่นายวิเชษฐถูกไฟไหม้จนเสียชีวิตคาที่นอนได้ เนื่องจากบริเวณด้านข้างที่นอนอยู่ติดกับสายไฟฟ้าตรงกำแพง แต่ก็ไม่พบว่ามีไฟรั่วไหล

ส่วนทางบุตรสาวให้การว่า บิดาเป็นคนสูบบุหรี่ ซึ่งสอดคล้องกับในที่เกิดเหตุ พบก้นบุหรี่ตกอยู่ จึงอาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ผู้ตายอาจจะเผลอทำสะเก็ดไฟจากบุหรี่หล่นใส่ที่นอนจนเกิดไฟไหม้ก็เป็นไปได้ ซึ่งจะมีการส่งศพไปผ่าพิสูจน์ยังโรงพยาบาลนเรศวรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

อุทาหรณ์ สาวประเภทสองศัลยกรรมหน้าอก ช็อกยาสลบหลับไม่ฟื้น

(17 ก.พ.) โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวอุทาหรณ์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่โพสต์เรื่องราวน่าเศร้า ระบุว่า “น้องมด” เพื่อนสาวประเภทสองตัดสินใจไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 แต่สุดท้ายช็อกยาสลบร่างกายรับไม่ไหว และเสียชีวิตในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยผู้โพสต์ระบุว่า ยาสลบที่ทางคลินิกให้กับผู้เสียชีวิตก่อนผ่าตัด เป็น “ยาแบบสลบแบบกิน” หลังได้รับยาสลบก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย นอนสลบไม่รู้สึกตัวนานกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนสิ้นลม จึงอยากให้เรื่องนี้เตือนใจหลายๆคนว่า การทำหน้าอกไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ควรศึกษาหาข้อมูลและคลินิกที่ไว้ใจได้

สำหรับคลินิกที่เกิดเหตุ ผู้โพสต์อีกรายระบุว่าคนรู้จักของตนเคยไปทำแล้วก็เกือบตาย จนมาถึงเคสล่าสุดคือน้องมดที่เสียชีวิต หวังว่าจะเป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย โดยข้อมูลระบุว่า คลินิกแห่งนี้มักมีโปรโมชั่นเสริม ราคาถูก ผ่อนจ่ายได้ จึงมีหลายคนที่ตัดสินใจไปทำ

อย่างไรก็ตามเพื่อนระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวอยู่แล้วก่อนที่จะไปศัลยกรรม ส่วนทางคลินิกได้แสดงความรับผิดชอบกับครอบครัวทุกอย่าง จึงไม่ได้มีการฟ้องร้องแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบไปยังเฟซบุ๊กของ “น้องมด” มีการโพสต์ภาพเตรียมเงินที่สะสมไว้ไปทำหน้าอกอย่างที่ฝัน และโพสต์สุดท้ายระบุว่า “คุ้มครองลูกช้างด้วย” ด้วยเธอเองก็มีความกลัวและกังวลในการทำศัลยกรรมครั้งนี้อยู่ไม่ใช่น้อย

ลางบอกเหตุ หนุ่มห้ามแฟนไม่ฟัง ขี่รถไปไม่กี่นาทีประสานงาดับ

หนุ่มเกิดลางสังหรณ์สะกิดใจ ห้ามแฟนสาวไม่ให้ขี่รถออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ฟัง ไม่กี่นาทีได้ยินข่าวรถชนประสานงาเสียชีวิตคาเสาไฟฟ้า

ผ่านมา พ.ต.ต.ธีทัต ตรุณจันทร์สารวัตร(สอบสวน)สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 รายเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบริเวณแยกทางรถไฟชัยพฤกษ์ 2 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ 125 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเทียน อคก 544 กรุงเทพ ชนกับจักรยานยนต์ซูซูกิ เบส สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพพังยับเยินทั้ง 2 คัน ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บนอนเจ็บอยู่หลายราย

รายแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นางดาว อายุ 28 ปี สัญชาติกัมพูชา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นชาย 2 คนและหญิงสาวชาวกัมพูชาอีกคน ซ้อนจักรยานยนต์ของผู้ตายมาอีก 1 คน มีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ศีรษะและแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลบางละมุง

จากการสอบถาม นายมีชัย ไพร์เมธรเล็ก อายุ 44 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ตายขับขี่จักรยานยนต์มุ่งหน้าข้ามถนนแยกทางรถไฟ ส่วนผู้บาดเจ็บได้ขับขี่มาตามถนนเลียบทางรถไฟด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุที่เป็นจุดตัดทางแยก จึงเกิดการชนเข้าอย่างจัง ทำให้รถของผู้ตายและร่างกระเด็นไปฟาดกับเสาไฟส่องสว่าง ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจะขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุง เพื่อรอให้ญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า หลังเกิดเหตุแฟนหนุ่มของผู้ตายเดินทางมาถึง เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจ โดยให้การว่าก่อนเกิดเหตุก็เพิ่งจะห้ามไม่ให้แฟนสาวขับขี่รถออกมา เพราะรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้น กระทั่งมาทราบข่าวว่าแฟนสาวเสียชีวิตในที่สุด จึงเสียใจที่ห้ามเอาไว้ไม่ได้

อ๊อฟ ปองศักดิ์ เคลียร์แล้ว ถูกมองโกนผม ประชดรัก!!

ออกมาเคลียร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักร้องหนุ่มพลังเสียงขั้นเทพ “อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์”

 อ๊อฟ ปองศักดิ์ เคลียร์แล้ว ถูกมองโกนผม ประชดรัก!!

หลังถูกจับตามองหนักมากเรื่องทรงผมที่เปลี่ยนไปถึงขั้นไถเกรียนทั้งหัว จนบรรดาแมงเม้าท์รวมถึงขาเผือกตีโจทย์กันไปต่างๆ นานา ว่า เจ้าตัวอาจจะต้องการประชดชีวิตรักหรือเปล่า??

ซึ่งล่าสุดขณะที่หนุ่มอ๊อฟเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว “STAGE FIGHTER Round 2” เจ้าตัวก็ได้ออกมาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยแล้วว่า สาเหตุที่ตัดสินใจไถหัวเกรียนนั้นเกิดขึ้นจากอาการแฮงค์หลังปาร์ตี้ บวกกับรู้สึกรำคาญทรงผมเลยตัดสินใจตัดด้วยตัวเอง ซึ่งยืนยันหนักมากว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักความช้ำใดๆ แน่นอน!!

ส่วนกรณีที่หลายคนแอบเม้าท์ว่าเจ้าตัวโมหน้าใหม่ถอยดั้งเบอร์ล่าสุดนั้น หนุ่มอ๊อฟเขาก็ยอมรับว่า ตัวเองเคยทำจมูกจริงแต่เป็นการทำที่นานมากแล้ว และสาเหตุที่ใบหน้าเปลี่ยนอาจจะเป็นเพราะวัยที่โตขึ้นมากกว่า เพราะไม่ได้มีการศัลยกรรมเพิ่มเติมใดๆ เลย…

หลายคนมองว่าเราหน้าเปลี่ยน ?
“มันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะถ้าหากไปเทียบกับรูปเก่า ซึ่งเราก็ยอมรับว่าเราทำแต่เราก็ทำมานานมากๆ แล้ว สงสัยเป็นเพราะว่าเราโตขึ้นมั้ง มันก็เลยคงดูดีขึ้นตามวัย แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีการเติมแต่งเลย โอเคอาจจะมีโบท็อกซ์บ้าง ซึ่งมันก็คงไม่น่าจะทำให้หน้าเปลี่ยนหรอก มากสุดก็แค่กระชับในส่วนที่มันหย่อนคล้อยเท่านั้นเอง”

ชอบไหมกับใบหน้าเรา ณ ปัจจุบันนี้ ?
“ชอบนะ อ๊อฟชอบที่ตัวเองมีแก้ม แค่มันอาจจะทำให้เรารู้สึกอึดอัดนิดหน่อยเวลาทำงานหรือเวลาใส่เสื้อผ้า เพราะเราอ้วนขึ้นจริงๆ น้ำหนักขึ้นมาประมาณ 5-6 กิโลกรัมเลย (ยิ้ม)”

มีคนรอบข้างทักเยอะไหมว่าช่วงนี้เราดูดีขึ้น ?
“ส่วนใหญ่เขาทักทรงผมมากกว่า เพราะเมื่ออ๊อฟไม่เคยไว้ผมสั้นขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นเวลาที่คนอื่นเขาเห็นเขาก็อาจจะรู้สึกแปลกตา”

การที่เราตัดผมในครั้งนี้หลายคนก็สงสัยว่าเป็นเพราะว่ามีจุดประสงค์พิเศษอะไรหรือเปล่า ?
“ไม่เลยครับไม่ได้มีจุดประสงค์พิเศษอะไรเลย แค่แฮงค์ โกนหัวตัวเอง (หัวเราะ) คือช่วงนั้นเราก็แค่ปาร์ตี้ธรรมดาทั่วไป แล้วตื่นมารู้สึกรำคาญหัวเลยตัดสินใจโทรหาช่างตัดผมเจ้าประจำเพื่อให้เขาช่วยจัดการให้ แต่บังเอิญว่าวันนั้นเขาไม่ว่าง ซึ่งตอนแรกก็โอเคไม่เป็นไรรอได้ แต่ด้วยความที่อีกคืนเราไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ต่อแล้วเมา พอตื่นเช้ามานั่งแฮงค์ๆ รำคาญผมตัวเองด้วยก็เลยโกนเลย (ยิ้ม) ซึ่งพอสร่างเมาก็แบบรู้สึกว่าทำอะไรวะ (หัวเราะ) คือตอนที่ไถผมเราไม่ได้ไถข้างๆ ก่อนไง แต่เราไถตรงกลางก่อน ซึ่งมันไม่สามารถแก้ได้แล้วนอกจากต้องตัดทรงนั้นไปเลย”

ไม่ได้เป็นเพราะว่าเฮิร์ทหรืออะไรเลยใช่ไหม ?
“ไม่ได้เฮิร์ท ไม่ได้เฮิร์ท”

ไม่ได้ตัดผมเพราะประชดอะไรใครใช่ไหม ?
“ไม่ได้อะไรเลย เนี่ย ชอบแต่งเรื่องกัน (หัวเราะ)”

ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องประชดรักแน่นอน ?
“ไม่มี ไม่มี ไม่มีความรัก (หัวเราะ)”

สัญญากับทางค่ายตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ก็ยังอยู่ในช่วงคุยกันครับ คือทุกอย่างมันต้องใช้เวลาเนอะ แถมอ๊อฟเองก็อยู่กับที่นี่มา 12 ปีแล้ว อ๊อฟก็เลยรู้สึกว่าอ๊อฟอยากจะโต แต่อ๊อฟก็ไม่ลืมหรือว่าเนรคุณนะ อ๊อฟแค่รู้สึกว่าอ๊อฟอยากจะอยู่ในจุดที่เราสบายใจเพราะว่าเราทำงานมา 12 ปีแล้ว เราก็อยากลองทำในสิ่งที่เราอยากทำ อยากเลือกในสิ่งที่เราอยากเลือก เราอยากอยู่ในจุดที่เราสบายใจจังเลย”

แสดงว่าก็มีแนวโน้มที่จะไม่ต่อสัญญาเหมือนกัน ?
“อย่าเพิ่งตัดสินใจแทนสิ (หัวเราะ) ยังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยครับ แต่อยากจะบอกว่าอ๊อฟรักที่นี่มาก เพียงแต่ว่าบางเรื่องเราก็อยากจะอยู่แล้วมาเจอกันครึ่งทาง ไม่ใช่ให้เราเดินไปหาเขา หรือว่าให้เขาเดินมาหาเราอย่างเดียว ก็อยากให้มาเจอกันครึ่งทางจริงๆ”

ส่วนตัวเราเองอยากเป็นอิสระไหม ?
“ปัจจุบันนี้อ๊อฟคิดว่าเรื่องของเพลงถ้าให้พูดตรงๆ คือขายยากมาก เพราะว่าคนฟังเพลงเปลี่ยนนิสัยการฟัง ยอดขายจากการขายเพลงน้อยมาก ดังนั้นตัวศิลปินจึงอยากให้มีงานโชว์เยอะๆ แต่ว่าถ้าให้มีงานโชว์เยอะๆ เราก็ต้องมีงานเพลงที่ดีก่อน และงานเพลงที่ดีมันก็ต้องออกมาจากตัวตนของเราจริงๆ ดังนั้นหากคุยกันได้เจอกันครึ่งทางได้อ๊อฟก็สบายใจที่จะอยู่มากๆ อยู่แล้วครับ”

ขโมยรถตัวเอง! แจ้งจับสาวเสียไพ่ จำนำ จยย.กับเจ้าของบ่อน ย่องขับหนี

เจ้าของบ่อนไพ่ แจ้งตำรวจจับ ‘เจ้าของรถ’ ที่นำรถมาจอดจำนำไว้ในบ่อน หลังเสียไพ่ แต่แอบย่องมาขโมยรถกลับไป

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุตำรวจภูธร 191 ลำปาง รับแจ้งจาก นางสายพิน อายุ 44 ปี ว่ามีคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ ออกมาจากที่จอดภายในบ้านตนเอง โดยพบกำลังจูงรถจักรยานยนต์หลบหนี ไปทางปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถ.พหลโยธิน ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยสกัดจับด้วย

หลังรับแจ้งได้ประสานร้อยตำรวจโทวชิรวิทย์ รถน้อย รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ. เขลางนคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมการออกตรวจ และมาจนถึงบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ พบหญิงสองคนกำลังฉุดกระชากกันแย่งรถกัน โดยมีรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน ขมง 982 ลำปาง จอดอยู่ใกล้ๆ จุดดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ ทราบชื่อต่อมา นางสาวเครือวัลย์ อายุ 47 ปี รับเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ พร้อมเล่าว่า ตนได้ไปเล่นไพ่ที่บ่อนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นของนางสายพิน แต่ยิ่งเล่นก็ยิ่งเสีย จึงนำรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาจำนำไว้ที่บ่อนไพ่ดังกล่าว โดยมีนางสายพินเป็นผู้รับจำนำรถในราคา 4,000 บาท กระทั่งถึงช่วงเช้าตนเล่นก็ยังเสียไพ่อีก

ต่อมาเมื่อเห็นว่าเจ้าของบ่อนเริ่มมีอาการง่วงนอนตนเองก็อยากจะได้รถคืน เพราะคิดว่าคงไม่มีเงินมาไถ่ จึงออกอุบาย ว่าจะไปเอาของใต้เบาะรถ และขอยืมกุญแจรถคันที่จอดจำนำไว้ พอนางสายพินให้กุญแจมา ตนรอจนนางสายพินหลับไปก่อน ก็รีบขี่จักรยานยนต์ตัวเองที่จำนำไว้ออกมาจากบ่อนดังกล่าว

แต่เมื่อ นางสายพิน ได้ยินเสียงสตาร์ทรถ จึงรีบวิ่งออกมาและตะโกนเรียกให้ตนจอดรถ แต่ตนไม่จอด จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมขับรถติดตามมาจนเจอตนบริเวณปั๊มน้ำมันเอสโซ่ จึงยื้อยุดฉุดกระชากกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง นางสายพินกล่าวหาว่าตนได้ลักขโมยรถจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับดังกล่าว

นางสายพินกล่าวว่า ตนเองรับจำนำรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจากนางสาวเครือวัลย์ในราคา 4,000 บาท โดย นางสาวเครือวัลย์ เสียไพ่ ต้องการเอาเงินไปเล่นพนันต่อ ตนจึงให้ไป ซึ่งบอกว่าจะจำนำแค่วันเดียว แต่พอตนเผลอหลับ นางสาวเครือวัลย์ก็ขี่รถคันดังกล่าวออกมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คุมตัวทั้ง 2 ไปสอบสวนและตกลงกันที่ สภ.เขลางนครนคร เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

จ่อเรียก “เบนซ์ เรซซิ่ง” แจงที่มาทรัพย์สิน

จ่อเรียก “เบนซ์ เรซซิ่ง” แจงที่มาทรัพย์สิน
จ่อเรียก “เบนซ์ เรซซิ่ง” แจงที่มาทรัพย์สิน ชี้แจงได้ก็พ้นข้อหา รอดไม่รอดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

13 ก.พ. 60 – นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับเครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาว ว่า ป.ป.ส.จะเร่งตรวจสอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่จะเข้าสอบปากคำนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมและฝากขังอยู่ในเรือนจำอีกครั้ง เนื่องจากระบุว่าเป็นเจ้าของทรัพย์ ทั้งนี้เพื่อขยายผลความเชื่อมโยงถึงบุคคลและทรัพย์สินอื่นในเครือข่าย หากนายณัฐพลให้การพาดพิงบุคคลใดก็จะต้องเรียกบุคคลดังกล่าวเข้าให้ปากคำเพิ่มด้วย ส่วนนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง น่าจะเรียกเข้าให้ปากคำอีกครั้งหลังเข้าสอบปากคำนายณัฐพล โดยเฉพาะประเด็นที่นายณัฐพลให้นายอัครกิตติ์ยืมเงิน 6 ล้านบาทไปดาวน์รถลัมโบกินีต้องชี้แจงที่มาและพยานหลักฐานให้ชัดเจน หากเป็นการซื้อจริงต้องมีสัญญา สามารถตรวจสอบการจ่ายเงินได้ ส่วนแนวโน้มการแจ้งข้อกล่าวหากับนายอัครกิตติ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาซื้อหรือไม่ เพราะอาจเข้าข่ายความผิดคือสมคบกันกระทำความผิด หรือช่วยเหลือหรือสนับสนุน แต่หากมีพยานหลักฐานยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องจริงก็อาจไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา

เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นป.ป.ส.มีคำสั่งอายัดทรัพย์ในคดีดังกล่าวไว้แล้ว 12 รายการ ในจำนวนนี้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการสอบหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินแต่ละรายการว่าเป็นการซื้อมาจากบุคคลใด ใครเป็นคนซื้อ ใครเป็นคนผ่อน เพื่อตรวจสอบต่อไปยังเงินที่นำมาซื้อทรัพย์สินว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดหรือไม่ หากไม่ใช่เงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ก็จะต้องตรวจสอบต่อไปว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริตหรือไม่ ก่อนจะเสนอคณะกรรมการพิจารณาออกคำสั่งว่าจะคืนทรัพย์สินรายการใดหรือไม่

ส่วนกรณีที่มาเลเซียสามารถจับกุมนายคามะลูดีน หรือ นายไซนุเด็ง มะ เครือข่ายค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนายไซซะนะได้นั้น เลขาธิการป.ป.ส. ระบุการข่าวยืนยันว่านายไซนุเด็งมีความเชื่อมโยงกับนายไซซะนะแน่นอน โดยก่อนหน้านี้ป.ป.ส.เคยตั้งค่าหัวนายไซนุเด็งซึ่งเป็นคนสองสัญชาติทั้งไทยและมาเลเซีย ที่ผ่านมา ทางการของทั้ง 2 ประเทศได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวกันตลอด ล่าสุด บช.ปส.ได้ประสานขอเข้าสอบปากคำนายไซนุเด็งที่มาเลเซียด้วย.