สลดใจ ! พ่อจะไปแจกการ์ดงานบวชลูกชายก่อนชนประสานงากระบะ คนงานตาย 3 สาหัส 3

พ่อขับรถกระบะพร้อมครอบครัวจะไปแจกการ์ดงานบวชลูกชาย ก่อนประสบอุบัติเหตุชนประสานงากับรถกระบะคนงานก่อสร้าง ส่งผลเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย

สลดใจ ! พ่อจะไปแจกการ์ดงานบวชลูกชายก่อนชนประสานงากระบะ คนงานตาย 3 สาหัส 3

วันที่ 16 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุบัติเหตุน่าสลดใจครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค หลักกิโลเมตรที่ 92-93 บริเวณหมู่ 5 บ้านพุไม้แดง ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ที่เกิดเหตุบริเวณข้างทางฝั่งขาเข้าเมือง พบรถยนต์กระบะโตโยต้า ไมท์ตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน พ-2072 กาญจนบุรี ชนประสานงากับรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 2233 กาญจนบุรี จนพังยับเยินทั้งสองคัน

นอกจากนี้ ยังพบศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 2 ราย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายมานพ อายุ 49 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณที่นั่งคนขับของรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไมท์ตี้เอ็กซ์ และ นายเซ็ง อู สัญชาติมอญ เสียชีวิตอยู่บนพื้นถนนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลไทรโยค ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกหนึ่งคนทราบชื่อคือ นายเม่น สัญชาติมอญ อายุ 30 ปี

ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย คือ นายสันติ อายุ 31 ปี นางอุบลวรรณา อายุ 44 ปี และนางสด อายุ 69 ปี แพทย์กำลังช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ

สอบถามลูกชายของนายมานพผู้เสียชีวิต ซึ่งได้ตามมาดูศพของพ่อในที่เกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายมานพซึ่งเป็นพ่อของตนพร้อมด้วยครอบครัว ได้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุมุ่งหน้าจากอำเภอไทรโยค เข้าตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี เพื่อที่จะไปแจกการ์ดงานบวชของตนให้กับบรรดาญาติๆ และคนรู้จัก ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า นายมานพขับรถมาพร้อมกับนางอุบลวรรณาและนางสด เพื่อจะไปแจกการ์ดงานบวชของลูกชาย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชนประสานงากับรถยนต์กระบะของบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่มีนายสันติเป็นคนขับมาพร้อมกับแรงงานต่างด้าวชาวมอญสองคนคือนายเซ็ง อู และนายเม่น

ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะมีรถที่แซงข้ามเลนมาแต่ไม่พ้น จึงชนเข้ากับรถอีกคันที่แล่นสวนมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะต้องรอสอบปากคำผู้รอดชีวิตพร้อมสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

สาวใหญ่ฆ่าโหดทอม อ้างป้องกันตัว ถูกตามปล้ำถึงในห้องนอน

สาวใหญ่ฆ่าโหดทอม อ้างป้องกันตัว ถูกตามปล้ำถึงในห้องนอน

เมื่อเวลา 18.00 น. (13 มี.ค.) พ.ต.ท.มนูญ เจริญศรี สว.เวร สภ.สำนักทอง ระยอง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆาตกรรมภายในบ้านพักกลางสวนยางพารา ม.4 ต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วยกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังยืนมุงกันอยู่ที่บ้านพักปูนชั้นเดียวประตูคล้องโซ่ล็อกด้วยกุญแจ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้คีมตัดโซ่ออกและเปิดประตูเข้าไปด้านในทันทีและถึงกับผงะกับภาพที่เห็น เป็นศพผู้หญิงนอนจมกองเลือดอยู่พื้นห้อง สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสามส่วนสีน้ำเงิน สภาพศพนอนหงาย

ตรวจสอบพบบาดแผลที่คอหวิดขาดและหน้าผากและข้อมือขวาเกือบขาดเลือดท่วมเต็มตัว ข้างศพพบมีดเปื้อนเลือดตกอยู่คาดเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำศพส่งไปตรวจสอบต่อที่รพ.ระยอง

จากการสอบถามนายอนันต์ วงศ์อินทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.อำพัน อายุ 55 ปี บ้านเดิมอยู่จ.หนองบัวลำภู เป็นสาวทอม ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นางสมศรี อายุ 49 ปี หลังก่อเหตุได้หนีออกจากที่เกิดเหตุไปนั่งหลังเสาสัญญาณโทรศัพท์ หน้าอนามัยจันดี ห่างจากที่เกิดเหตประมาณ 500 เมตร ต่อมาตำรวจสามารถจับตัวไว้ได้ โดยที่มือและเสื้อผ้าเปื้อนเลือดไปทั่วตัว

จากการสอบสวน น.ส.สมศรี ผู้ต้องหา ให้การว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตายเอง โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังอยู่หน้าบ้านกำลังมีอาการเมาหลังจากนั่งดื่มอยู่ด้วยกัน จู่ๆหลังจากที่ตนเองได้เข้ามานอนภายในห้องนอน แต่ผู้ตายได้เดินเข้ามาในห้องและบอกว่าจะขอนอนด้วย พร้อมทั้งจะเข้ากอดลวนลาม

ตนเองจึงบอกว่ามีสามีแล้วทำอย่างนั้นไม่ได้ และบอกว่าผู้ตายเองก็มีแฟนสาวอยู่แล้ว แต่ผู้ตายไม่ยอมพยายามข่มขืน ตนเองจึงผลักออก แต่สู้แรงไม่ได้ล้มลงและเจอกับมีดทำครัวที่วางอยู่จึงบอกว่าให้หยุดไม่หยุดจะฟัน แต่ผู้ตายไม่ยอมด้วยความกลัวจึงใช้มีดฟันไปหลายครั้งจนแน่นิ่งไป จึงรีบวิ่งออกจากห้องและล็อคประตูไว้ เพราะกลัวความผิดจนกระทั่งมาถูกจับตัวได้ ยอมรับทำไปเพื่อป้องกันตัว

เบื้องต้น ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รถไฟซิ่งฝ่าหิมะไม่เกรงใจคนยืนรอ คล้ายฉากในหนังหายนะ

ภาพน่าตื่นตาและหวาดเกรงไปตามๆ กัน ระหว่างรถไฟขบวนหนึ่ง แล่นผ่านชานชาลาด้วยความเร็ว ทำให้ชนหิมะแตกกระจุยใส่ผู้คนที่ยืนอยู่ กลายเป็นคลิปไวรัลที่คนวิจารณ์ทั่วโลก

รถไฟซิ่งฝ่าหิมะไม่เกรงใจคนยืนรอ คล้ายฉากในหนังหายนะสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลิปเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ ขบวนรถไฟโดยสารที่กำลังจะแล่นผ่านชานชาลา แต่ต้องลุยรางรถไฟที่เต็มไปด้วยหิมะความหนาหลายนิ้ว ทำให้หิมะแตกกระจายพุ่งใส่ผู้คนที่ยืนรอรถไฟอยู่ จนหลายคนมองว่าเหมือนกับฉากในหนังหายนะเรื่องหนึ่ง

เขาได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังแล่นผ่านชานชาลา โดยใช้โหมดสโลว-โมชั่นบนมือถือถ่ายภาพเอาไว้ กลายเป็นภาพหิมะแตกกระจาย เพราะแรงกระแทกของรถไฟโดยสาร ก่อนจะพุ่งใส่ผู้คนที่ยืนอยู่ตรงชานชาลา ซึ่งส่วนใหญ่หลบเลี่ยงการกระแทกของหิมะไม่ทัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสถานีรถไฟไรน์คลิฟฟ์ รัฐนิวยอร์ก ขณะที่ขบวนรถไฟอัมแทรคแล่นผ่าน เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา โดยพื้นที่ดังกล่าวเพิ่งเผชิญหน้ากับพายุฤดูหนาวสเตล่าพัดถล่มตลอดทั้งคืนนั้น ทำให้มีหิมะตกสะสมหนาหลายนิ้ว รวมทั้งพื้นที่ชานชาลารถไฟแห่งนี้ด้วย ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่จากคลิปภาพที่ปรากฏออกมา ทำให้เห็นว่าน่าจะผู้คนเกิดอาการช้ำเล็กน้อย เพราะโดนก้อนหิมะอัดกระแทกใส่ บางคนถึงมีอาการเสียการทรงตัวอย่างเห็นชัด ขณะที่โลกโซเชียลต่างวิจารณ์ไปต่างๆ นานา บ้างก็มองว่าเป็นคลิปที่ขบขันดี บ้างก็เห็นเหมือนเป็นฉากหนึ่งในหนังหายนะ

อย่างไรก็ตาม ยังมีการแสดงความคิดเห็นอีกบางส่วนที่ตำหนิการใช้ความเร็วของขบวนรถไฟ ที่ใช้ความเร็วมากเกินไปตอนที่กำลังจะผ่านชานชาลาที่มีผู้โดยสารยืนรออยู่จำนวนหนึ่ง ทำให้กลายเป็นภาพดังกล่าว นับว่าโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิตในครั้งนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าพนักงานขับรถไฟก็มีความประมาทเช่นเดียวกัน

เจ้าอาวาสเป็นลมล้มตึง 3 รอบ ถูกจับซื้อบริการเด็กชาย

เจ้าอาวาสเป็นลมล้มตึง 3 รอบ ถูกจับซื้อบริการเด็กชาย

เจ้าอาวาสเป็นลมล้มตึง 3 รอบ ถูกจับซื้อบริการเด็กชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วรพงศ์ คำลือ ผกก.สส.3 บก.สส.ภาค 5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.97/2560 ลงวันที่ 15 ก.พ.60 บุกเข้าจับกุมตัว พระสุนทร อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่ เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร เป็นธุระจัดหาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อสนองความไคร่ของผู้อื่นโดยเด็ดนั้นยินยอม”

โดยบุกเข้าจับกุมตัวที่วัดแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางชุดปราบปรามการค้าประเวณีเด็กและสตรี ตำรวจภูธรภาค 5 และ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ช่วยเหลือเด็กชายอายุ 14 ปี ออกจากมือของพ่อเล้าที่นำเด็กชายไปเร่ขายบริการทางเพศ ให้แก่กลุ่มรักร่วมเพศที่ชอบเด็ก โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำเด็กมาดูแลปรับสภาพจิตใจและช่วยเหลือ ก่อนที่จะมีการชักถอดว่าเคยมาค้าประเวณีให้แก่พระสุนทร เจ้าอาวาสวัด และพระเคยแนะนำเด็กคนนี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไปอีก

หลังกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ได้เสนอศาลออกหมายจับพระสุนทร และบุกเข้าจับกุมตัวในวันนี้ ก่อนนำตัวส่งให้พระสุทัศน์ ปญญาธโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกำแพงงาม พระวินยาธิการสงฆ์อำเภอหางดง ทำการสึกออกจากผ้าเหลืองและควบคุมตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นนายสุนทร ให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา และขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเข้าจับกุมครั้งนี้ พระสุนทรได้ตกใจจนเป็นลมล้มพับถึง 3 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหามไปคอยปฐมพยาบาล ก่อนที่อาการจะดีขึ้นและนำตัวไปลาสิกขาบทและคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ลุงอายุ 57 ถูกสุนัขร็อตไวเลอร์ 3 ตัวรุมกัด สู้ไม่ไหวดับสยอง

หนุ่มใหญ่วัย 57 ปี ออกดักจับหนูนากลางทุ่ง โชคร้ายถูกสุนัขร็อตไวเลอร์ 3 ตัว รุมกัดตายอยู่ในสภาพเปลือย เจ้าของสุนัขควักเงินจ่ายค่าทำศพ 3 หมื่นบาท

 ลุงอายุ 57 ถูกสุนัขร็อตไวเลอร์ 3 ตัวรุมกัด สู้ไม่ไหวดับสยองเมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.อ.กังวาน โคตตะวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตอยู่ในทุ่งนาใกล้สวนยางพาราบ้านใหม่พัฒนา หมู่ 4 ต.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ. วินัย มหาผลศิริกุล ผกก.พ.ต.ท.จิตเกษม แก้วท่าไม้ รอง ผกก.(สอบสวน) แพทย์เวร รพ.ศรีวิไลและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไล

ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมหวัง ทองตัน อายุ 57 ปี สภาพศพเปลือยกายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในทุ่งนาติดชายป่า มีบาดแผลถูกรอยคมเขี้ยวของสัตว์ขนาดใหญ่กัดเป็นแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกายจนเลือดแห้งกรัง ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าพบร่องรอยการต่อสู้จนหญ้าแหลกดินกระจุยเป็นบริเวณกว้าง มีรอยเท้าสัตว์หลายตัวเดินย่ำไปมา

นอกจากนี้ยังพบมีดปลายแหลมเปื้อนเลือดตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างออกไป 27 เมตรพบเสื้อและกางเกงของผู้ตายถูกกัดจนขาดรุ่งริ่งเป็นที่น่าอนาถใจแก่ผู้พบเห็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ใกล้ที่เกิดเหตุพบสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์สีดำ 3 ตัว เป็นเพศเมีย 1 ตัวและเพศผู้ 2 ตัว เดินวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ ที่แก้มขวาสุนัขตัวหนึ่งมีรอยถูกคมมีดกรีดเป็นแผลยาว เชื่อว่าจะถูกคมมีดของผู้ตายขณะต่อสู้เอาตัวรอด เบื้องต้นทราบว่าสุนัขทั้ง 3 ตัวเป็นของร้านโพธิ์ทองรับซื้อของเก่าที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก

สอบสวนทราบว่าก่อนพบกลายเป็นศพนายสมหวังได้ออกจากบ้านเพื่อไปเก็บบ่วงที่ทำเอาไว้ตามชายป่าเพื่อดักหนูนา ระหว่างเดินดูบ่วงคงเป็นจังหวะที่สุนัขแม่ลูก 3 ตัวที่หลุดจากกรงออกมาหากินพอดี จึงเกิดการประจันหน้ากันระหว่างคนกับสุนัขพันธุ์ดุที่สุด ขณะยังไม่ตั้งหลักจึงถูกสุนัขกระโจนจู่โจมเข้าขย้ำทั้ง 3 ตัวพร้อมกัน กัดกระชากเสื้อกางเกงของผู้ตายจนขาดแล้วฝังคมเขี้ยวไปทั่วร่างกาย ส่วนผู้ตายก็ชักมีดปลายแหลมออกมาต่อสู้แต่เนื่องจากสุนัขมีหลายตัวและไม่มีโอกาสได้ร้องขอความช่วยเหลือ จึงถูกรุมขย้ำกัดเป็นแผลเหวอะหวะทั่วร่างกาย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายสยองดังกล่าว

เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใครเป็นผู้ประมาท เนื่องจากอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ประกอบกับมีคนงานดูแลสุนัขหลายคน ล่าสุดนางประไพ โพธิราช อายุ 72 ปี เจ้าของสุนัขได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความรับผิดชอบโดยได้ควักเงินจ่ายค่าทำศพเบื้องต้นแล้ว 30,000 บาท ซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เผยรถทัศนศึกษาคร่าชีวิต 6ศพ ซื้อรถเก่ามาให้บริการ ไม่ผ่านการตรวจสภาพ

เผยรถทัศนศึกษาคร่าชีวิต 6ศพ ซื้อรถเก่ามาให้บริการ ไม่ผ่านการตรวจสภาพ

เหตุรถบัสนำเที่ยวนักเรียน ตกเหว ที่ถนนมิตรภาพสาย 304 จังหวัดปราจีนบุรี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 40 คนเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแค่สร้างความสูญเสีย แต่หากวิเคราะห์กันทีละจุด ทั้งถนน รถ คน ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัย ที่ทำให้ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

รถบัส 2 ชั้น ที่บรรทุกครู นักเรียนจากจังหวัดขอนแก่น 50 ชีวิต เสียหลักพุ่งตกเหวลึกกว่า 80 เมตร บริเวณถนนสาย 304 จังหวัดปราจีนบุรี มีสภาพพังเสียหายทั้งคันบริเวณชั้น 2 ของตัวรถ และเบาะหลุดกระจาย ตัวถังพังเสียหาย จนไม่เหลือเค้าโคงเดิม

ถนนสาย 304 เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขา มีลักษณะโค้งลาดชันตลอดทั้งเส้น ภูมิประเทศเช่นนี้ ไม่เอื้อให้รถขนาดใหญ่วิ่งผ่าน ทำให้จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
ตำรวจ นักวิชาการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน เชื่อว่า อุบัติเหตุครั้งนี้มาจากคนขับเบรกไม่อยู่ หรือเบรกแตก และจากคำบอกเล่าของผู้ประสบเหตุยังระบุว่า รถเสียการทรงตัวมาก่อนถึงจุดเกิดเหตุหลายร้อยเมตร

ขนส่งจังหวัด ยังเปิดเผยว่า รถคันเกิดเหตุ เป็นของผู้ประกอบการรายหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ ที่ซื้อรถเก่ามาให้บริการ โดยผ่านการตรวจสภาพรถมาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งตามปกติรถบัสต้องเข้ารับการตรวจสภาพทุกๆ 6 เดือน นอกจากนี้ยังใช้คนขับเพียงคนเดียว ขับจากจังหวัดขอนแก่น ปลายทางจังหวัดจันทบุรี ซึ่งผิดกฎหมายกรมการขนส่งทางบก จึงเตรียมตรวจสอบเอาผิดผู้ประกอบการหลังจากนี้

สุดหลอน! หมอทำเสน่ห์ดับปริศนา กำพระห้อยคอแน่น หลังสาวนัดมาทำพิธีในป่า

ที่ จ.นครราชสีมา เกิดเหตุหมอเสน่ห์ยาแฝดเสียชีวิตปริศนาในป่า หลังสาวโทรศัพท์นัดออกมาทำพิธี

สุดหลอน! หมอทำเสน่ห์ดับปริศนา กำพระห้อยคอแน่น หลังสาวนัดมาทำพิธีในป่า

เมื่อวานนี้ (1 มี.ค. 60) เวลา 18.00 น. ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมแพทย์จาก รพ.มหาราช ตรวจสอบสภาพศพ นายสังเวียน อายุ 64 ปี อาชีพหมอดูและหมอทำเสน่ห์ยาแฝดให้หญิงสาว ซึ่งนอนเสียชีวิตในปาละเมาะ ข้างถนนเข้าหมู่บ้านละลมหม้อ ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในสภาพนอนหงายมือซ้ายกำสร้อยพระเครื่อง มือขวากำโทรศัพท์มือถือ ตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง ใกล้เคียงพบผ้าฝ้ายสีขาวกองอยู่

สอบถาม นางทองพูน ดุงโคกกรวด ภรรยาผู้ตาย บอกว่า สามีมีอาชีพดูหมอ และทำเสน่ห์ยาแฝดให้หญิงสาวที่ถูกสามีทิ้งหรือนอกใจ ซึ่งเป็นอาชีพหลักหาเลี้ยงครอบครัว ก่อนหน้านี้ มีผู้หญิงโทรศัพท์มาหาผู้ตาย นัดหมายทำพิธีเสน่ห์ กระทั่งตกเย็นสามีไม่กลับบ้าน จึงออกตามหากระทั่งพบกลายเป็นศพในป่าละเมาะ

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายนัดกับหญิงสาวมาทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ หรือทำเสน่ห์ ณ จุดเกิดเหตุ ขณะทำพิธีผู้ตายอาจเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต ส่วนหญิงสาวตกใจกลัวจนหลบหนีไป อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำศพส่ง รพ.มหาราช นครราชสีมา เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตให้แน่ชัดว่าถูกฆาตกรรมหรือไม่ต่อไป

เจ้าของปล่อยโฮ! เปิดแอร์ให้หมา ไหม้ทั้งหมาทั้งบ้านวอด

 เจ้าของปล่อยโฮ! เปิดแอร์ให้หมา ไหม้ทั้งหมาทั้งบ้านวอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านพักบ้านพักข้าราชการชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ ม.4 ต.หาดท่าเสา อ.เมืองชัยนาท จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลวัดสิงห์และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ กำลังถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเร่งดับเพลิงทันทีเพราะอาจลุกลามไปไหม้บ้านข้างๆ ได้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดับเพลิงประมาณ ครึ่งชั่วโมง เพลิงจึงสงบลง ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านทั้ง รถมอเตอร์ไซค์ แอร์ ทีวี ตู้เย็น ของมีค่าล้วนถูกไฟไหม้เหลือแต่ซากเถ้าถ่านให้ดูต่างหน้า ส่วนค่าเสียหายในครั้งนี้รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

น.ส.ศิริรัตน์ พงศ์ธไนศวรรย์ หัวหน้างานบริหารทั่วไป โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ เจ้าของบ้านพักหลังที่ถูกไฟไหม้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ช่วงที่เกิดไฟไหม้เจ้าของบ้านไม่อยู่ที่บ้าน เพราะไปหาหมอตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ จนช่วงเวลาประมาณบ่ายสาม มีเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่าบ้านพักถูกไฟไหม้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และขับรถมาที่บ้านพัก เพราะเป็นห่วงสุนัข 2 ตัว พันธุ์ชิสุ และ พุดเดิ้ล ทอย ที่อยู่บนบ้าน

แต่ก็ไม่ทันเพราะกลับมาก็เห็นแต่เปลวไฟลุกโหมเผาไหม้ทุกสิ่งอย่างในชั่วพริบตา ทั้งยังสุนัขที่ตนรักต้องตายถึง 2 ตัว ซึ่งปกติแล้วจะพาไปไหนมาไหนด้วยตลอดแต่ครั้งนี้คิดว่าไปไม่นานจึงทิ้งไว้ที่บ้าน และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับตนเอง

เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆก็ทำการถอดปลั๊กออกแล้วทั้งหมด ไม่ได้เสียบอะไรทิ้งไว้จะเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไร เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเรียกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

ด้าน เพื่อนบ้านที่มาดูเหตุการณ์เปิดเผยกับทีมข่าวว่า สาเหตุของเพลิงไหม้น่าจะมาจากแอร์เกิดช็อตและไหม้ เพราะปกติ ถ้า น.ส.ศิริรัตน์ ไม่อยู่หรือไปทำงานก็จะเปิดแอร์ไว้ให้สุนัข เนื่องจากรักและเป็นห่วงสุนัข 2 ตัวนี้มาก เสมือนลูกเลยก็ว่าได้ แต่ด้วยอากาศที่ร้อนจัด ผสมกับแอร์ต้องทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดช็อตขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม ต้องรอคำตอบที่แน่ชัดของพิสูจน์หลักฐานก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงนั้นคืออะไร

สิ้นใจแล้ว เด็กชายถูกเพื่อนแทงตัดขั้วหัวใจ ญาติรับศพเศร้า

เหตุเด็ก ม.1 ใช้มีดแทงเพื่อนร่วมชั้นระหว่างเข้าค่าย รุ่นพี่เข้ามาห้ามก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย ล่าสุดเหยื่อได้เสียชีวิตลงแล้ว ครอบครัวยากจนไม่มีเงินทำศพ ตร.จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับเด็กที่ก่อเหตุ

สิ้นใจแล้ว เด็กชายถูกเพื่อนแทงตัดขั้วหัวใจ ญาติรับศพเศร้าเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (5 มี.ค.) ที่วัดโหละหาร หมู่ที่ 1 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ญาติพี่น้องเพื่อนๆ กว่า 300 คน ได้นำศพ น้องบอล (นามสมมติ) เด็กชายนักเรียน ม.1 โรงเรียนทุ่งเกาะญวน ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว ซึ่งถูกเพื่อนร่วมชั้นเดียว ใช้อาวุธมีดพกจวงแทงเข้าที่ราวนมด้านซ้ายถูกตรงเส้นเลือดใหญ่หัวใจ ระหว่างเข้าค่ายอบรมคุณธรรม-จริยธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ล่าสุด น้องบอลได้เสียชีวิตลงแล้ว

ตามรายงานระบุว่า หลังจากที่ น้องบอล ได้เข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ตรัง เป็นเวลาราวๆ 3 วัน 2 คืน ล่าสุดก็ได้เสียชีวิตลงในช่วงเย็นของวันที่ 5 มีนาคม สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่แม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง เมื่อทราบข่าวต่างเดินทางเพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังนำศพมาตั้งที่วัดโหละหารใกล้กับบ้านพัก

ระหว่างที่ทำพิธีรดนำศพเพื่อนๆ ระดับชั้นเดียวกันและโรงเรียนเดียวกัน ต่างหลั่งไหลมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างร้องไห้น้ำตาอาบแก้มกันทุกคน เพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิตบอกว่า ผู้ที่ก่อเหตุมักจะมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นเป็นประจำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงก่อเหตุกับน้องบอล

สำหรับครอบครัวของน้องบอลนั้น แม่พ่อได้แยกทางกัน แม่มีลูก 3 คน มีพี่สาวกับน้องสาว โดยที่น้องบอลเป็นลูกชายคนกลาง แม่ฐานะยากจนรับจ้างกรีดยาง ไม่มีเงินซื้อโลงศพ ทางนายก อบต.หนองบ่อ ได้จัดการซื้อโลงศพให้ก่อน จำนวน 10,000 บาท และยังไม่มีการกำหนดฌาปนกิจศพ

ส่วนทางด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว และในเมื่อเด็กชายบอล เสียชีวิตลง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหากับเด็กชายที่ก่อเหตุเพิ่มเติม

แม่ช็อก ลูกสาว 4 ขวบอวัยวะเพศบวมช้ำ บอกเพื่อนผู้ชายทำ

แม่ช็อก ลูกสาว 4 ขวบอวัยวะเพศบวมช้ำ บอกเพื่อนผู้ชายทำ

แม่ช็อก ลูกสาว 4 ขวบอวัยวะเพศบวมช้ำ บอกเพื่อนผู้ชายทำ

(6 มี.ค.) น.ส.เมย์ (นามสมมติ) พาลูกสาวเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางปูอีกครั้ง หลังจากที่เคยได้แจ้งความไว้แล้วว่า ลูกสาววัย 4 ขวบถูกเพื่อนชายร่วมชั้นเรียนอนุบาล โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ย่านบางปู ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ทำร้ายจนอวัยวะเพศจนได้รับบาดเจ็บ บวมอักเสบ ทั้งที่ได้แจ้งไปยังครูประจำชั้นแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบ ทางโรงเรียนไม่ติดต่อผู้ปกครองของเด็กชายมาเจรจา ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าจิตแพทย์ที่ตนเองต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง เพราะหลังเกิดเหตุลูกมีอาการซึมเศร้าต้องบำบัดทางจิตวิทยา

น.ส.เมย์เล่าว่า ตนมาทราบเรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่กำลังอาบน้ำให้ลูกสาว แล้วลูกสาวบ่นว่าเจ็บ จึงพยายามสอบถาม กระทั่งลูกสาวบอกว่าถูกเพื่อนชายร่วมชั้นเรียนใช้นิ้วแหย่ที่อวัยวะเพศ ตนจึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยแพทย์ระบุว่าช่องคลอดถูกกระแทกจนอักเสบ และมีการติดเชื้อในท่อปัสสาวะ ก่อนที่จะแนะนำให้ตนพาไปตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐเพื่อจะได้เป็นหลักฐานในการแจ้งความ

หลังจากที่ลูกสาวถูกกระทำ ตนสังเกตว่าลูกสาวมีอาการหวาดกลัวที่จะไปโรงเรียน และมีอาการซึมเศร้า จึงได้พาไปพบจิตแพทย์ ซึ่งทางแพทย์แจ้งว่าต้องทำการบำบัดทางจิตเวชอย่างต่อเนื่อง และหลังทราบเรื่องได้ติดต่อไปยังครูประจำชั้น เพื่อให้เรียกผู้ปกครองของเด็กชายที่ก่อเหตุมาตกลงความเสียหาย ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ แต่ครูกกลับพยายามที่จะพูดกลบเกลื่อน อ้างเหตุผลสารพัดว่าตดต่อผู้ปกครองของเด็กชายไม่ได้ ตนจึงได้เดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เป็นคนกลางติดต่อผู้ปกครองของเด็กชายมาพูดคุยตกลงกัน

นอกจากนี้ตนทางครูประจำชั้นยังบอกกับตนอีกว่า ได้สอบถามผู้ปกครองของเด็กชายแล้ว ทางผู้ปกครองระบุว่า เด็กชายไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ตนยิ่งเกิดความหวาดกลัวว่าหากไม่ใช่เด็กทำ แล้วถ้าเป็นผู้ใหญ่ทำจะยิ่งน่ากลัวขนาดไหน

ในเบื้องต้นเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่อง ได้ติดต่อนัดผู้ปกครองของเด็กชายมาเจรากันแล้ว ส่วนกรณีที่เด็กหญิงกล่าวอ้าง หากสอบสวนแล้วเป็นเรื่องจริงก็จะมีความผิดทางอาญาด้วย