วัลค็อตต์ฉลองตุงที่ 100! “ปืนใหญ่” บุกอัด “ซัตตัน” 2-0 ลิ่ว 8 ทีม

ฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ  รอบ 5
วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560
ซัตตัน (บลูสแควร์ฯ) 0-2 อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก)
สนาม : เดอะ โบโร่ สปอร์ตส์ กราวนด์

เริ่มเกมมา อาร์เซน่อล เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที นาทีที่ 16 อเล็กซ์ อิโวบี้ ลากจากฝั่งซ้ายตัดเข้าในก่อนจ่ายยัดไปติดแนวรับเจ้าถิ่น บอลกระดอนมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ซัดจากระยะ 20 หลา ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 26 กรานิต ชาคา ผ่านบอลออกทางซ้ายให้ ลูกัส เปเรซ ลากไปริมเขตโทษก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู ธีโอ วัลค็อตต์ วิ่งมาข้ามหลอก ทำให้ รอสส์ วอร์เนอร์ นายด่านเจ้าถิ่นเสียจังหวะ บอลุ่งเสียบเสาเข้าไป อาร์เซน่อล ออกนำ 1-0

“ปืนใหญ่” ยังครองเกมบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 38 กรานิต ชาคา ไหลบอลให้ ธีโอ วัลค็อตต์ ลากบอลจี้เข้าเขตโทษก่อนกดด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปอีก หมดครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 55 นาโช่ มอนเรอัล หลุดไปสุดเส้นฝั่งซ้ายก่อนเปิดกลับไปที่เสาสอง ธีโอ วัลค็อตต์ วิ่งเข้ามาแปด้วยซ้ายไม่เหลือ อาร์เซน่อล ขยับหนี 2-0 พร้อมทั้งเป็นประตูที่ 100 ของเจ้าตัวในการลงเล่นให้ปืนใหญ่

นาทีที่ 57 เจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้าง อดัม เมย์ เลี้ยงแหวกแนวรับทีมเยือนเข้ากรอบเขตโทษก่อนผ่านให้ มักซีม เบียมู ได้ยิงหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 65 ซัตตัน พลาดโอกาสตีไข่แตก โรรี่ เดียคอน สับไกจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งผ่านมือ ดาวิด ออสปิน่า ไปแล้ว แต่ชนคานอย่างจัง

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล บุกไปเอาชนะ ซัตตัน 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับ ลินคอล์น

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ซัตตัน (3-5-2) : รอสส์ วอร์เนอร์ – ไซม่อน ดาวเนอร์, เจมี่ คอลลินส์, ดีน แบ็ควิธ, เควิน อมานควาห์ – นิค ไบลี่ย์ – อดัม เมย์, เคร็ก อีสต์มอนด์, เบดเซนเต้ โกมิส – โรรี่ เดียคอน, มักซีม เบียมู
อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ดาวิด ออสปิน่า – กาเบรียล เปาลิสต้า, ร็อบ โฮลดิ้ง, ชโคดราน มุสตาฟี่, นาโช่ มอนเรอัล – โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เจฟฟ์ เรน-อดิเลด – ลูกัส เปเรซ, ธีโอ วัลค็อตต์, อเล็กซ์ อิโวบี้
ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ห้ามพลาด! “เรือใบ” ไฝว้ “โมนาโก” คืนนี้

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ยังมีอีก 4 คู่ ที่ให้คอบอลได้ติดตามกัน

ย้อนเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 4 คู่แรก ยิงกันถล่มทลายถึง 15 ประตู โดยเฉพาะซูเปอร์บิ๊กเมตช์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถล่ม บาร์เซโลน่า 4-0 และบาเยิร์น มิวนิค ยำใหญ่ อาร์เซนอล 5-1 ฮือฮากันไปทั้งโลก

มาถึงสัปดาห์นี้ ก็ยังมีโปรแกรมที่น่าสนใจให้ได้ติดตาม ในแมตช์คืนวันอังคาร คู่ที่ผมจะหยิบมาปรีวิวนั้น เป็นคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ โมนาโก

“เรือใบสีฟ้า” แห่งแมนเชสเตอร์ ซีซั่นนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเทรนเนอร์ จากมานูเอล เปเยกรินี่ มาเป็นเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพื่อหวังลุ้นแชมป์บิ๊กเอียร์สมัยแรกให้จงได้

แต่ไปๆมาๆ ผลงานในฤดูกาลนี้ ไม่สู้ดีเอาเสียเลย ทั้งๆที่ 6 นัดแรกในลีก ออกสตาร์ตชนะรวด แต่หลังจากที่บุกไปแพ้สเปอร์ส 0-2 เท่านั้นแหละ เป๋ไปเลย

เพราะนับตั้งแต่ต้นตุลา ถึงต้นธันวา เรือสำราญ ผลงานไม่สำราญเลยแม้แต่น้อย ชนะแค่ 4 จาก 14 นัดรวมทุกรายการ

ขณะที่ผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ก็ต้องทำใจว่า การอยู่สายเดียวกับบาร์เซโลน่า น่าจะการันตีอันดับ 2 ของกลุ่ม แทบจะร้อยเปอร์เซนต์

และก็เป็นไปตามคาด โดนบาร์ซ่า ถล่มเละ 4-0 แม้จะล้างแค้น ชนะคืนด้วยสกอร์ 3-1 แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะจบตำแหน่งแชมป์กลุ่ม

ดูเหมือนว่า เป๊ป จะทำทีมมุ่งเน้นเกมรุกมากเกินไปหน่อย จนละเลยเกมรับ เพราะถึงแม้จะยิงไปแล้วเกิน 50 ประตู แต่โดนทะลวงตาข่ายถึง 29 ลูก มากสุดในบรรดาท็อปซิกซ์ของตาราง

สถานการณ์ทำท่าว่าจะดีขึ้น เมื่อได้ กาเบรียล เฮซุส ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัยแค่ 19 ขวบ ที่เซ็นสัญญาตั้งแต่ซัมเมอร์ แต่เพิ่งมาร่วมทีมเมื่อตลาดเดือนมกราคม

และก็ระเบิดฟอร์มสุดยอด ลงเล่นตัวจริงในลีกแค่ 2 นัด ยิงไป 3 ประตู แต่โชคชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน เมื่อได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก น่าจะพักยาวจนจบฤดูกาลนี้

แน่นอนล่ะ ความหวังอันดับ 1 ของทีม กลับมาเป็น เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ อีกครั้ง แต่อนาคตของดาวยิงฟ้า-ขาว ในถิ่นเอดิฮัด ก็ใช่ว่าจะแน่นอนซะที่ไหน

ไปดูทางฝั่งทีมเยือน โมนาโก กันบ้าง จ่าฝูงลีกเอิง ฝรั่งเศส ปีนี้ผลงานไม่ธรรมดา มีลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 17 ปี เลยเชียวนะ

จุดแข็งของโมนาโกชุดนี้ อยู่ที่เกมรุกอันทรงพลัง เพราะนักเตะแทบทุกคนในทีมสามารถยิงประตูได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการยิงประตูจากคนไม่กี่คน

แล้วสถิติการยิงประตูของยอดทีมจากแดนน้ำหอม ยอดเยี่ยมสุดๆ ยิงกระจุยกระจายถึง 76 ตุง มากสุดในบรรดา 5 ลีกใหญ่ยุโรป

นำโดย ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับต้นสังกัดเดิมอีกครั้ง หลังหลงทางเสียเวลายืมตัวที่เมืองผู้ดี ด้วยผลงาน 22 ประตูรวมทุกรายการ ตามด้วย 2 ศูนย์หน้าคู่หูเลือดน้ำหอม วาเลเร่ แชร์กแมง และ กีแลง เอ็มบัปเป้

นอกจากนี้ แผงมิดฟิลด์มีดาวรุ่งที่น่าจับตามอง และตกเป็นเป้าหมายของบรรดายักษ์ใหญ่ นั่นคือ แบร์นาร์โด้ ซิลวา วัย 22 ปี กับ โธมัส เลอมาร์ อายุ 21 ปี โดยเฉพาะฝ่ายหลังนั้น ติดทีมยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาด้วย

แต่ในจุดแข็ง ย่อมมีจุดอ่อน เนื่องจากแผงหลังของทีม ช่างแตกต่างกันสุดๆ ในลีกแข็งแกร่งเหลือเชื่อ แต่เวลาลงเล่นยุโรป เสียประตูแทบทุกนัด

สำหรับในนัดนี้ เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันในรายการสโมสรยุโรป แมนฯ ซิตี้ มีสถิติในการพบกับสโมสรจากฝรั่งเศส 3 นัด ยังไม่แพ้ใคร (ชนะ 1 เสมอ 2)

ล่าสุดพบกับ เปแอสเช ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ชนะในบ้าน 1-0 และบุกไปเสมอที่ปารีส 2-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสร ในรายการนี้

แถมพกสถิติยอดเยี่ยม เกมเหย้าในแชมเปี้ยนส์ ลีก 9 นัดหลังสุด ไม่แพ้ใคร (ชนะ 6 เสมอ 3) อีกทั้งเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่เคยทำทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูซีแอลเลย แม้แต่ครั้งเดียว

ยังไม่หมดแค่นั้น เป๊ป เคยเป็นผู้เล่นบาร์ซ่า ชุดเอาชนะโมนาโกทั้งเหย้าและเยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 1993-94 อีกด้วย

แต่ทีมเยือน ก็ใช่ย่อย เพราะถูกชะตาเป็นอย่างมาก เวลาเจอทีมจากพรีเมียร์ลีกในรายการนี้

ทำเป็นเล่นไป สถิติของโมนาโก ในการดวลกับพวกผู้ดี เฉพาะถ้วย “บิ๊ก เอียร์” ทั้งหมด 10 นัด ถือว่าดีมาก ชนะถึง 5 เสมอ 3 แพ้แค่ 2 ด้วยวีรกรรมช็อกโลกเหล่านี้

1997-98 เขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีม

2003-04 หักอกเชลซีในรอบตัดเชือก

2004-05 ชนะลิเวอร์พูลในรอบแบ่งกลุ่ม

2014-15 น็อกอาร์เซนอล ร่วงรอบ 16 ทีม

และล่าสุด 2016-17 ปราบสเปอร์ส ด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งเหย้าและเยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม และมีส่วนในการเขี่ยคลับไก่ ลงไปลุ้นแชมป์ยูโรป้า ลีก

คู่นี้บอกได้เลยว่า สูสีอย่างแน่นอน 2 ทีมที่เกมรุกดีมาพบกัน น่าจะเปิดเกมรุกสู้กันได้สนุก แต่ที่สำคัญเลยก็คือ ใครผิดพลาดในแนวรับน้อยกว่า ก็จะมีโอกาสเป็นผู้ชนะสูง

โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในรายการนี้ “เกมรับ” ต้องมาก่อน จะมัวแต่บุกเพลินๆ ไม่ได้เลยเชียว

“ปีโป้” ฮีโร่! “ช้างศึก” อัด “อิเหนา” 2-0 คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ครั้งที่ 11 หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ เลกสอง ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินโดนีเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

"ปีโป้" ฮีโร่! "ช้างศึก" อัด "อิเหนา" 2-0 คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016

หลังจากในเลกแรก ทัพช้างศึกบุกไปพ่ายถึงถิ่นอินโดฯมาก่อน 1-2 ทำให้นัดนี้ “โค้ชซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” และลูกทีม ต้องเอาชนะให้ได้อย่างน้อย 1-0 หรือมากกว่าเท่านั้น เพื่อพลิกกลับมาคว้าแชมป์สมัยที่ 5

นาทีที่ 9 ทีมชาติไทยได้โอกาสลุ้นก่อน ธีราทร บุญมาทัน ผ่านบอลเข้ามาในเขตโทษ ธีรศิลป์ แดงดา วิ่งเข้ามายิงด้วยซ้าย แต่โดนเหลี่ยมไม่ดี บอลข้ามคานออกไป

นาที 28 จากการจ่ายบอลพลาดของกองหลังอินโดฯ ทริสตอง โด ได้ส้มหล่นบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แตะหนึ่งจังหวะ แต่ยิงข้ามคานออกไปไกลอย่างน่าเสียดาย

ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกของเกม เป็นทีมชาติไทยที่ครองเกมได้แทบทั้งหมด แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งไม่ได้ ส่วนอินโดฯตั้งรับรอสวนกลับตามแท็กติก

นาที 38 ไทยได้ประตูขึ้นนำ ธีราทร เปิดบอลจากด้านซ้ายเข้ามาในกรอบ 6 หลา ฟาชรุดดิน อาร์ยานโต้ แนวรับทีมเยือนเตะสกัดไม่ดี บอลมาโดนสิโรจน์ ฉัตรทอง เข้าประตูไป ไทยนำ 1-0 สกอร์รวมเสมอ 2-2 แต่ไทยได้เปรียบเนื่องจากกฏอะเวย์โกล

จบครึ่งแรก ทีมชาติไทย นำ ทีมชาติอินโดนีเซีย 1-0

เริ่มครึ่งหลังได้ 2 นาที ทัพช้างศึกหนีห่างเป็น 2-0 เป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์ ส่งให้ สิโรจน์ ได้ยืนโล่งๆในกรอบเขตโทษ ก่อนวางเท้ายิงเต็มข้อบอลตุงตาข่ายสวยงาม สกอร์รวม ไทย พลิกนำ 3-2

ผ่าน 1 ชั่วโมงของเกม ไทยยังครองบอลได้มากกว่า ส่วนอินโดฯเปิดเกมรุกมากขึ้นเพิ่มทวงประตูคืน แต่ยังทำอะไรกันไม่ได้

นาที 70 ธีรศิลป์ ได้บอลหลุดเดี่ยวจากการจ่ายของ ชนาธิป แต่จับบอลเข้าเขตโทษแรงไปนิด โดนผู้รักษาประตูออกมาดักได้ก่อนอย่างน่าสียดาย

นาที 81 ไมก้า นายด่านอิเหนาทำฟาล์ว สิโรจน์ ในเขตโทษ ธีรศิลป์ อาสารับสังหารกลางประตู แต่ ไมก้า ยังแก้ตัวใช้เท้าเซฟไว้ได้

ท้ายเกมอินโดนีเซียมาเหลือผู้เล่น 10 คนหลัง มูฮัมหมัด เลสตาลูฮู ไปเตะบอลอัดใส่ซุ้มม้านั่งสำรองทีมชาติไทย โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป

หมดเวลาการแข่งขัน ไทย ชนะ อินโดนีเซีย 2-0 สกอร์รวมสองนัดชนะ 3-2 คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ไปครอง และเป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดในอาเซียนด้วย

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงทีมชาติไทย (3-4-1-2) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ; อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง ; ทริสตอง โด, ชาริล ชัปปุยส์, สารัช อยู่เย็น, ธีราทร บุญมาทัน ; ชนาธิป สรงกระสินธ์ ; ธีรศิลป์ แดงดา, สิโรจน์ ฉัตรทอง

ร่วงไปหนึ่ง! “ชุดขาว” บุกตีเจ๊า “บีโก้” 2-2 ร่วง 8 ทีมโคปา เดล เรย์

 ร่วงไปหนึ่ง! "ชุดขาว" บุกตีเจ๊า "บีโก้" 2-2 ร่วง 8 ทีมโคปา เดล เรย์

เรอัล มาดริด จบเส้นทางลุ้นถ้วยโกปา เดล เรย์ในปีนี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อย หลังทำได้แค่เสมอเซลต้า บีโก้ 2-2 รวมผลสกอร์แล้วทีมรองบ่อนเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 4-3 ตกรอบ 8 ทีมโกปา เดล เรย์ เรียบร้อย

นาทีที่ 44 เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ อาสปาส ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบฝั่งขวา ปาดเข้ากลางให้กุยเด็ตติได้ยิงโล่งๆ บอลติดเซฟกาซีญ่ากระดอนไปโดนดานิโล่เข้าประตูตัวเองไป 1-0

นาทีที่ 62 มาดริด ได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะฟรีคิกนอกกรอบเยื้องไปทางขวาระยะ 25 หลา โรนัลโด้ ซัดด้วยขวา บอลแหวกอากาศทะลุกำแพงเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม 1-1

นาทีที่ 85 เจ้าบ้านนำอีกครั้ง จากจังหวะ โฆซาเบด ไหลบอลคืนหลังให้ วาสส์ วิ่งมาแปด้วยขวาเน้นๆผ่านมือกาซีญ่าเข้าไป 2-1

นาทีที่ 90 ชุดขาวตีเสมอ มีความหวังเพิ่มขึ้นมาอีกนิด กับช่วงเวลาที่เหลือ จากจังหวะเปิดลูกเตะมุมของโครสไปที่เสาแรก เบนเซม่า โหม่งชงไปเสาสองให้ บาซเกซ โหม่งสวนเข้าไป 2-2

จบเกม เรอัล มาดริด จบเส้นทางลุ้นถ้วยโกปา เดล เรย์ ในปีนี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อย หลังทำได้แค่เสมอเซลต้า บีโก้ 2-2 รวมผลสกอร์แล้วทีมรองบ่อนเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 4-3 ตกรอบ 8 ทีมโกปา เดล เรย์ เรียบร้อย

สื่อเวียดนามตีข่าว : “ทริสตอง โด ไม่ได้เห็นเราเป็นบ้านเก่าเลย”

“ทริสตอง โด” หนึ่งในกองหลังที่ได้รับความสนใจอย่างมากคนหนึ่งในไทย และมีปู่เป็นชาวเวียดนาม แต่กองหลัง 24 ปีรายนี้ กลับไม่คิดว่าเวียดนามคือบ้านเก่าของเขาเลย

บรรพบุรุษของ ทริสตอง โด เป็นชาวเวียดนาม แต่อพยพไปประเทศไทย จนพ่อของเขาเกิดที่นั่น จากนั้นพ่อของเขาก็เดินทางไปศึกษาต่อที่ปารีส จนพบกับแม่ของเขา และตัวเขาได้กำเนิดที่นั่น ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เขาคิดว่าเขาเป็นคนไทย ทั้งที่จริงตัวเขามีเลือดเวียดนามอยู่ด้วย

โด มีพรสวรรค์ตั้งแต่วัยเด็ก เขาฉายแววนักฟุตบอลตั้งแต่อายุน้อยๆ นักเตะที่มี 3 สายเลือด ไทย, เวียดนาม และ ฝรั่งเศส ได้เข้าฝึกซ้อมกับศูนย์ฝึกที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศส CLB Strasbourg จากนั้นย้ายไปเล่นอาชีพตั้งแต่ปี 2011 กับสโมสรลอริยองต์ (Lorient) ก่อนจะถูกยืมตัวไปเล่นให้สโมสร SAS Épinal ในฤดูกาลถัดมา

ทริสตอง โด สามารถเล่นให้ได้ทั้ง ฝรั่งเศส, ไทย และ เวียดนาม แต่เขาเลือกที่จะเล่นให้กับ ไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อ แน่นอนว่าโค้ชเกียรติศักดิ์ได้มีการพูดคุยและเกลี้ยกล่อมเขาได้สำเร็จ

ประเทศไทยสร้างกลยุทธ์ที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะการพัฒนาระบบการฝึกซ้อมในระดับเยาวชน และลีกในประเทศ การทำให้ลีกในประเทศมีคุณภาพ สามารถสร้างแรงดึงดูดจากผู้ชมได้ดี ก่อนทริสตอง โด ก็มี ชาริล ชัปปุยส์ ที่ซึ่งเติบโตใน สวิตเซอร์แลนด์ และเป็นนักเตะอีกคนที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของไทย

ทริสตอง โด กลับมาเมืองไทยในปี 2014 และเขาได้มาเป็นนักเตะตัวหลักของสโมสร บีอีซี เทโรศาสน ในการแข่งขันไทย พรีเมียร์ลีก จากนั้นเขาก็ได้รับโอกาสในการเล่นให้กับทีมชาติไทย ในการแข่งขันโอลิมปิก รอบคัดเลือก

ทริสตอง โด ลงเล่นให้กับทีมชาติไทย U23 เขาทำได้ดีและเป็นนักเตะสำคัญในการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2015 กองหลัง 3 สายเลือดคนนี้ ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก วันที่ 9 พฤษภาคม 2015 ในการแข่งขันกระชับมิตรกับทีมชาติอัฟกานิสถาน และเมื่อเร็วๆนี้ เขาก็ขึ้นรับถ้วยแชมป์ AFF SUZUKI CUP 2016 ร่วมกับทีมชาติไทย

ทริสตอง โด เป็นที่รู้กันในหมู่แฟนบอลเวียดนามว่า เพราะปู่เขาอพยพมาไทย ทำให้นักเตะวัย 24 คนนี้ ไม่ได้สนใจเรื่องบ้านเกิดเก่าของปู่เขา

ทริสตอง โด เคยบอกเป้าหมายของตัวเองว่า “ผมเคยได้รับข้อเสนอจากเวียดนาม เพื่อโน้มน้าวให้ผมเล่นให้กับทีมชาติเวียดนาม แต่ผมปฏิเสธ มีแค่ ฝรั่งเศส และ ไทย เป็นตัวเลือกของผม พ่อของผมเกิดและเติบโตในประเทศไทย และพ่อไม่เคยไปเวียดนาม ขณะนี้เราไม่มีญาติอยู่ที่เวียดนามเลย ตั้งแต่ที่ครอบครัวเราอพยพมาประเทศไทย แม้ปู่ของผมจะเป็นชาวเวียดนาม แต่เขาก็ออกมาจากเวียดนามตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นพ่อของผมจึงเป็นคนไทย 100%”

พ่อของ ทริสตอง โด ยังได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ถึงการปฏิเสธที่จะเล่นให้กับเวียดนามของ ทริสตอง โด ว่า “พวกเขา(เวียดนาม) ติดต่อมาตั้งแต่เขา(ทริสตอง โด) อายุ 16 ปี ซึ่งตอนนั้นเราได้ปฏิเสธไป เพราะเขายังเด็กมาก”

ขอชื่นชมในความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนามหรือว่าไทย

บาร์ซ่ามาแล้ว

บาร์ซ่ามาแล้ว

ถือว่าเป็นปีที่เครื่องติดช้าพอสมควร สำหรับบาร์เซโลน่า เพราะก่อนหน้านี้ตามเรอัล มาดริดถึง 5 คะแนนด้วยกันแถมยังลงแข่งมากกว่าหนึ่งนัด

ราชันชุดขาว มีโอกาสจะทำแต้มหนีเป็น 8 แต้มด้วยซ้ำ หากว่าวัดกันแบบเกมเท่ากัน ทว่าดันไปพลาดท่าให้กับ เซบีญ่า จนสถานการณ์ในลีกตอนนี้ กลับมาสนุกอีกครั้ง

ในเมื่อ “อาซูลกราน่า” ยังไม่ตายจากสาระบบลุ้นแชมป์ พวกเขาจึงไม่ปล่อยโอกาส ในเกมกับ เออิบาร์ ให้พลาด ด้วยการเน้นทุกจุด เท่าที่จะเป็นไปได้

แล้วกองหน้าทั้งสามตัว “เอ็มเอสเอ็น” นำโดย ลิโอเนล เมสซี่ และ สองคู่หูจากแดนละตินเช่นกัน คือ หลุยส์ ซัวเรซ กับ เนย์มาร์ มาบวกอีกคนละประตู ขณะที่ลูกจาก เดนิส ซัวเรส ก็ถือว่าสำคัญเช่นกัน

การกลับมายิงเรียงพร้อมกันบ่งบอกได้ชัดเจนว่า ความมั่นใจพวกเขามีเหนือราชันชุดขาว ที่ทั้ง เบนเซม่า และ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ เบิกประตูไม่ได้มาสองเกมติดต่อกันแล้ว

สามคนนี้ส่งผลต่อการลุ้นแชมป์แน่นอน เพราะถ้าท็อปฟอร์มทุกคน จะสามารถบันดาลผลการแข่งขันได้สบายๆ โดยไม่ต้องสนเลยด้วยซ้ำว่า กองกลางของทีมจะมีใครลงมาบ้าง

ที่ต้องกล่าวเช่นนี้เพราะ เกมล่าสุดเอง พวกเขาไม่มี อันเดรส อินิเอสต้า และ เซร์คิโอ บุสเกตส์ ซึ่งถือเป็นหัวใจของทีมมาตลอดเกือบ 10 ปีทีผ่านมา

อินิเอสต้า นั้นเจ็บไปก่อนตั้งแต่เกมที่แล้ว ขณะที่ เซร์กี้ บุสเกตส์ ก็ดันมาเจ็บต้นเกม และมี
ข่าวมาแล้วว่าต้องพักอย่างน้อยสองสัปดาห์ด้วยกัน

ถึงกระนั้น เดนิส ซัวเรซ ที่ย้ายทีมมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ทว่ายิงประตูไม่ได้เลย เพราะส่วนใหญ่เป็นแค่สำรอง จึงไมมีความมั่นใจเท่าที่ควร

เมื่อเขายิงได้ ก็หมายความว่า เขาเองก็พร้อมทดแทน การหายไปของ อันเดรส อินิเอสต้า หรือแม้กระทั่ง เซร์คิโอ บุสเกตส์ ได้สบายๆ

บาร์ซ่ามาแล้วตอนนี้ผ่านมา 19 เกม ซึ่งถือว่าเป็นครึ่งทางของฤดูกาลพอดี 2 แต้มที่ตามหลังจ่าฝูงถือว่าเล็กน้อยมาก กับทีมขาขึ้นอย่างบาร์เซโลน่า

ยิ่งรู้ว่าจ่าฝูงสถานการณ์ภายในทีมไม่ดีด้วย เพราะ มาร์เซโล่ และ ลูก้า โมดริช สองคีย์แมนในแนวรับและกลางสนามเจ็บ ยังไม่รู้ว่า คนที่มาทดแทนจะทำหน้าที่ได้ดีขนาดไหน เหมือนที่บาร์เซโลน่า ไม่มี อินิเอสต้า และ บุสเกตส์ หรือไม่ ?

รวมทั้งเกมในโคปา เดล เรย์ ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปร สำคัญ สำหรับการลุ้นแชมป์ลีก กับ ทีมที่นักเตะเริ่มมาประสบอาการบาดเจ็บแบบนี้

อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด จะพลาดอีกไม่ได้แล้วนับจากนี้ เพราะพวกเขาสามารถล่วงหล่นมาอยู่อันดับ 3 ได้ทันที โดยมี เซบีญ่า และ บาร์เซโลน่า แชมป์เก่าพร้อมขึ้นไปนั่งบัลลังก์ทุกเมื่อ

ต้านไม่ไหว! “ค้างคาวไฟ” บุกพ่าย “เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี” 0-3 ร่วงเพลย์ออฟ ACL

การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 รอบเพลย์ออฟ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ทีมแกร่งของจีนเปิดบ้านพบ สุโขทัย เอฟซี แชมป์ร่วมฟุตบอลถ้วยช้าง เอฟเอ คัพ 2016 จากไทย

เริ่มเกมมา 10 นาทีเป็นเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ครองเกมบุกได้มากกว่าแต่ยังไม่สามารถเจาะสุโขทัยได้

นาทีที่ 14 ก้องนธีชัย ตัดบอลได้บริเวณครึ่งสนามก่อนจะพาบอลไปแล้วซัดด้วยซ้าย บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปยังไม่มีจังหวะหวาดเสียวอะไรเพิ่มเติมยังคงเสมอ 0-0

นาทีที่ 34 โอดิล อาห์เมดอฟ พาบอลขึ้นมาจากครึ่งสนามก่อนจะจ่ายทะลุช่องให้ ออสการ์ หลุดมาซัดด้วยขวา บอลผ่านตัว ไพโรจน์ เอี่ยมมาก ไป เซี่ยงไฮ้ ขึ้นนำ 1-0

จากนั้นอีก 5 นาที กองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮอีกครั้ง ฮัล์ค พาบอลมาจากบริเวณฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดยัดเข้ามาในเขตโทษ บอลชุลมุนก่อนจะเป็น เอลเคสัน ตอกส้นเข้าไป เซี่ยงไฮ้นำห่าง 2-0

นาทีที่ 44 สุโขทัย เอฟซี เปลี่ยนตัวคนแรก เอา ฮิโรมิชิ คาตาโนะ ที่มีอาการบาดเจ็บออกและส่ง วีระศักดิ์ กายสิทธิ์ ลงไปแทน

จากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี นำ สุโขทัย เอฟซี 2-0

นาทีที่ 80 เซี่ยงไฮ้ เปลี่ยนตัวคนแรก เอา ออสการ์ ออก แล้วส่ง ยู ไฮ่ ลงแทน

นาทีที่ 82 สุโขทัย เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา เลอสันต์ เทียมราช ออก แล้วส่ง กฤษณะ เกษมกุลวิไล ลงแทน

เวลาที่เหลือ ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ ครบ 90 นาที เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี : เอี้ยน จุ้งหลิน (GK), ฟู่ ฮวน, หวัง เฉิน เฉ่า, ฉี กี, ฮี กวน, ฮู๋ เหล่ย, ไช่ฮุ่ยคัง, โอดิล อาห์เมดอฟ, ออสการ์, ฮัลค์, เอลเคสัน

สุโขทัย เอฟซี : ไพโรจน์ เอี่ยมมาก (GK), ศักรินทร์ มิ่งสมร, ฮิโรมิชิ คาตาโนะ, ยุทธพงษ์ ศรีละคร, ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด, เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด, จอห์น บาจโจ้, เลอสันต์ เทียมราช, ก้องนทีชัย บุญมา, ดิยุฟ บิรัม, แอดเมียร์ อโดรวิช

กลับมาสู้กันต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 47 หวัง เฉิ่น เฉา เปิดบอลจากกราบขวามาในเขตโทษก่อนที่เอลเคสันจะโชว์เหนือกระโดดดีดลูกส้น แต่ครั้งนี้ ไพโรจน์ เอี่ยมมาก โชว์ซูเปอร์เซฟไว้ได้

เจ้าถิ่นยังคงกดดันหนักอย่างต่อเนื่อง และนาทีที่ 58 เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด ก็สกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเองไห้ เซี่ยงไฮ้ นำห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 65 สุโขทัยแก้เกมเปลี่ยนตัวเอา ก้องนธีชัย ออกก่อนส่ง พิชิตย์ ใจบุญ ลงมาแทน

นาทีที่ 75 สุโขทัย ต่อบอลบุกขึ้นมาบ้าง ก่อนได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ หลัง บาจโจ้ โดนทำฟาวล์ แต่ ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด ซัดไปเข้ามือนายทวารเจ้าถิ่น

เสริมแผงหลัง! “กิเลนผยอง” เปิดตัว “เซลิโอ” พร้อมไล่ล่าความสำเร็จ

“กิเลนนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นโควต้าต่างชาติรายใหม่แถลงข่าวเปิดตัว “เซลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโตส” กองหลังชาวบราซิลวัย 29 ปี จากทีม อุลซาน ฮุนได ในศึกเคลีก เกาหลีใต้ มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ

โดยจะเข้ามาสวมเสื้อหมายเลข 29 ในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม ขณะที่ทางด้านบอสใหญ่มั่นใจ จะเข้ามาเติมความแข็งแกร่งในแนวรับให้สโมสรฯ สานต่อความสำเร็จต่อเนื่อง ทั้งในศึกถ้วยใหญ่เอเชีย และฟุตบอลถ้วย 3 รายการใหญ่ในประเทศ

เมื่อวันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 13.00 น. ภายในห้องแถลงข่าวสโมสรฯ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานจัดแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นรายใหม่ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพื่อสู้ศึกฤดูกาลใหม่ 2017 เช็นสัญญาคว้าตัว เซลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโตส เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวบราซิลวัย 29 ปี จาก อุลซาน ฮุนได สโมสรชั้นนำศึกเคลีก เกาหลีใต้ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ โดยจะสวมเสื้อหมายเลข 29 ในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม ซึ่งภายในงานมีทางคุณ พงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ, ธชตวัน ศรีปาน หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยเจ้าตัว ร่วมแถลงข่าวในดีลครั้งสำคัญ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยทางด้านคุณ พงษ์ศักดิ์ ผลอนันต์ ประธานสโมสรฯ เผยถึงรายละเอียดว่า “ถือว่าตลาดซื้อขายผู้เล่นยังไม่จบลง ทำให้เอสซีจี เมืองทองฯ มีโอกาสปรับปรุงทีม เตรียมทีมให้พร้อมมากที่สุดในฤดูกาลใหม่ ขอยินดีต้อนรับ เซลิโอ แฟร์ไรรา ดอส ซานโตส ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งแนวรับให้กับเรา ซึ่งทางเรามองว่าเขาเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพ ความแข็งแกร่ง ที่จะเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญ ที่จะพาทีมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในฤดูกาลนี้”

ขณะที่ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน หัวหน้าผู้ฝึกสอนเสริมต่อว่า “ภายหลังจากการประเมินทีมกับผู้บริหารแล้ว เรามองว่าจำเป็นต้องมีการเสริมผู้เล่น เนื่องจากเรามีโปรแกรมแข่งขันทั้งใน ฟุตบอลถ้วยเอเชีย รวมถึงในประเทศ ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนผู้เล่นในโควต้าต่างชาติ เรามองว่า เซลิโอ เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่ง สามารถเล่นลูกกลางอากาศได้ดี เชื่อว่าจะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ส่วนตัวก็หวังว่าเขาจะโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้กับเรา”

ปิดท้ายที่ เซลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโตส เปิดใจหลังร่วมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ว่า “ที่ผ่านมาผมมีโอกาสติดตามฟุตบอลไทยมาซักระยะ เนื่องจากมีผู้เล่นจากบราซิลมาเล่นที่นี่หลายคน ผมมองว่ากำลังพัฒนาเติบโตในทิศทางที่ดี มันถือเป็นความท้าทายใหม่ที่จะมาเล่นในลีกต่างแดน ซึ่งแน่นอน เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของประเทศ ส่วนเป้าหมายส่วนตัวก็จะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด เพื่อพาทีมประสบความสำเร็จให้ได้”

สำหรับ เซลิโอ แฟร์ไรร่า ดอส ซานโตส ถือเป็นผู้เล่นคนใหม่รายที่ 7 ที่ทางทัพ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เซ็นสัญญาคว้าตัว มาร่วมทีมในฤดูกาลใหม่ต่อจาก ลี โฮ, มงคล ทศไกร, รัชพล นาวันโน, พิทักษ์พงษ์ กุลสุวรรณ, ประสิทธิ์ ผดุงโชค และ พุทธิพงษ์ พรมลี

ไม่ไปดีกว่า! “เมสซี่อิหร่าน” หวั่นเข้ารัง “หงส์แดง” แล้วอนาคตพัง

ซาร์ดาร์ อัซมูน กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติอิหร่านของ เอฟซี รอสตอฟ เผยว่าไม่คิดอยากจะย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งมีข่าวว่าสนใจเขาอย่างหนักแต่อย่างใด

โดยหัวหอกวัย 22 ปี กำลังทำผลงานได้อย่างสุดยอดให้กับทีมดังรัสเซีย ด้วยการทำไป 9 ประตู 3 แอสซิสต์ จากการลงสนามเป็นตัวจริง 15 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยิง แอตเลติโก มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ด้วย

“สื่ออิหร่านได้พยายามปั้นข่าวที่แปลกประหลาดมากๆขึ้นมา” อัซมุน กล่าว “ตัวอย่างนะ สำนักข่าวอิหร่านรายหนึ่งได้บอกว่า บาร์เซโลน่า จะเซ็นสัญญากับผม”

“มันตลกดี เพราะผมไม่เคยได้รับการติดต่อใดๆจากบาร์เซโลน่าเลย พูดจริงๆนะ รวมถึงทีมอย่าง ยูเวนตุส หรือ อาร์เซน่อล ด้วยนั่นแหละ”

“เอาจริงๆแล้วผมเป็นแฟนของ เรอัล มาดริด มาตลอด แต่ตอนนี้ก็อยากขอโฟกัสอยู่กับ รอสตอฟ ดีกว่า”

“แน่นอนว่าข้อเสนอที่เข้ามามันน่าสนใจ แต่ลองคิดดูนะถ้าไป ลิเวอร์พูล แล้วไม่สามารถเบียดขึ้นตัวจริงได้ ก็คงเป็นการทำลายอาชีพนักฟุตบอลเลย และตอนนี้ผมก็มีความสุขดีกับ รอสตอฟ ด้วย”

สื่อเวียดนามตีข่าว! “ซิโก้” กลัวฟุตบอลไทยจะล้าหลังกว่าเวียดนามในอนาคต

                    Zing.vn สื่อออนไลน์เวียดนามได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความกังวลของ “ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” ว่าในอนาคต ฟุตบอลทีมชาติไทย อาจจะตกเป็นรองทีมเพื่อนบ้านในอาเซียน

โดยทาง Zing.vn ได้อ้างอิง ถึงบทสัมภาษณ์ของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ได้ให้ทัศนะในกรณีที่ทางสภาคณะกรรมการของสหพันธ์ลูกหนังนานาชาติหรือ ฟีฟ่า(FIFA) ได้ลงมติสนับสนุนการเพิ่มทีมแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น 48 ชาติอย่างเป็นเอกฉันท์ และจะเริ่มตั้งแต่ศึกเวิลด์คัพปี 2026 เป็นต้นไปว่า

“เพิ่งทราบเหมือนกันว่าฟีฟ่ากำลังจะเพิ่มทีมบอลโลกในปี 2026 เป็น 48 ทีมซึ่งมันก็เป็นผลดีต่อทั้งทีมในอาเซียน เอเชีย และ ทีมชาติไทย แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าโควต้าเอเชียได้เท่าไหร่ แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าน่าจะเพิ่มเป็น 8 ครึ่ง (8.5ทีม)”

“เราต้องพัฒนาไว้รอ ตอนนี้เราพยายามเป็นท็อปเท็นเอเชียให้ได้ ซึ่งตอนนี้เราก็เป็นท็อปทเวลฟ์แล้วจากการที่ผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายเอเชีย ก็เหลืออีกแค่ไม่กี่ก้าว ฉะนั้นเราต้องรักษามาตรฐานตรงนี้ไว้และรักษาระดับไม่ให้ห่างจากทีมที่เคยผ่านเข้าไปบอลโลกอย่าง ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้”

และประโยคที่ทำให้ทาง Zing.vn ได้สงสัยว่า ซิโก้ อาจจะกำลังกลัวว่าฟุตบอลทีมชาติไทยจะล้าหลังกว่าฟุตบอลทีมชาติเวียดนามในอนาคตคือประโยคที่ทาง ซิโก้กล่าวว่า

“อีก 10 ปีกว่าจะถึงปี 2026 ซึ่งถือว่ายังมีเวลา เราต้องเริ่มสร้างเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 12 13 14 ปี เพราะรุ่น 16 หรือ 19 ในตอนนี้เราสู้ เวียดนาม พม่า ไม่ได้เพราะเขาผ่านเข้าไปเล่นบอลโลกเยาวชนล่าสุดแล้ว ฉะนั้นเราควรสร้างทีมใหม่ขึ้นมารอครับ”

ทาง Zing.vn ได้ให้เหตุผลสนับสนุนถึงข้อสงสัยข้างต้นว่า อาจจะเป็นเพราะในปัจจุบัน ฟุตบอลทีมชาติไทยในระดับเยาวชน ไม่สามารถทำผลงานในเวทีระดับเอเชียได้ไม่ดีเท่า ทีมชาติเมียนมาร์ ที่ล่าสุดได้ไป ฟุตบอลโลก U20 2015 (2015 FIFA U-20 World Cup)

และอีกอย่างที่คงจะทำให้ ซิโก้ ตกใจไม่น้อยคือการที่ ทีมชาติเวียดนาม U19 ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขัน 2016 AFC U-19 Championship จนสามารถทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ ด้วยการเอาชนะ บาเรนห์ 1-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และทำให้พวกเค้าได้สิทธิ์ไปเล่น FIFA U-20 World Cup ในปี 2017 ทันที

และสิ่งที่ยืนยันว่าในขณะนี้ ฟุตบอลทีมชาติไทย ยังไม่ดีพอสำหรับฟุตบอลโลก คือ การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบสุดท้าย ทีมชาติไทยยังไม่ชนะใครเลย และมีเพียง 1 แต้มเท่านั้น