“บาจโจ้” หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ “โค้ชเบ๊” กู้วิกฤติ “ค้างคาวไฟ” ได้

 “บาจโจ้” หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ “โค้ชเบ๊” กู้วิกฤติ “ค้างคาวไฟ” ได้

 "บาจโจ้" หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ "โค้ชเบ๊" กู้วิกฤติ "ค้างคาวไฟ" ได้

ความคืบหน้าของทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่เปลี่ยนตัวเฮดโค้ช ก่อนมีโปรแกรมทำศึก ไทยลีก 2017 นัดที่ 7 ที่จะออกไปเยือน แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ ธรรมศาสตร์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 3 เมษายน 2560

ล่าสุด จอห์น บาจโจ้ แนวรุกตัวจี๊ดของ “ค้างคาวไฟ” เปิดเผยว่า แม้ว่าทีมของเราจะเก็บชัยชนะได้ เพียงนัดเดียวและแพ้ไป 5 เกมแล้ว แต่พวกเรายังไม่หมดกำลังใจ เรายังมุ่งมั่นพาทีมให้พ้นจากโซนอันตราย และกลับมาอยู่ในเส้นทางของเราตามเดิมเหมือนที่เราเคยทำได้ในปีที่แล้ว ตนได้คุยกับ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เฮดโค้ชคนใหม่ของเราแล้ว คิดว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ดี

“เขาเป็นโค้ชที่ดี มีประสบการณ์ในไทยลีกสูง น่าจะช่วยมายกระดับทีมเราให้กลับสู่รูปแบบการเล่นที่ดีอีกครั้ง ส่วนฟอร์มการเล่นของผม ที่หลายคนบอกว่า คู่ต่อสู้เริ่มจับทางผมได้ ผมไม่นิ่งนอนใจจะหาทางพัฒนาการเล่นของตัวเองให้หลากหลายขึ้น เพื่อช่วยเกมรุกของทีมให้ดุดันกว่านี้ แต่ผมยังบอกไม่ได้ว่าจะยิงได้เยอะเหมือนปีที่แล้วได้หรือไม่ แต่หวังว่าเมื่อผมทำงานหนักผลที่ออกมาก็น่าจะดีกว่าปีก่อนแน่นอน” มิดฟิลด์ร่างเล็กกล่าว

กระหึ่มโลก! “ศรีสะเกษ” ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ “โรมัน กอนซาเลซ” หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้าน

 กระหึ่มโลก! “ศรีสะเกษ” ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ “โรมัน กอนซาเลซ” หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้าน

 กระหึ่มโลก! "ศรีสะเกษ" ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ "โรมัน กอนซาเลซ" หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้านการแข่งขันชกมวยรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ของสภามวยโลก หรือ WBC ที่เวทีเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก โรมัน กอนซาเลซ ชาวนิการากัว วัย 29 ปี สถิติชนะรวด 46 ไฟต์ พบกับผู้ท้าชิง อดีตแชมป์โลกชาวไทย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น วัย 30 ปี

ยกแรกทั้งสองเดินแลกหมัดกันทันที ก่อนช่วงท้ายยก ศรีสะเกษ ส่งหมัดขวาเข้าเต็มๆสีข้าง ส่งแชมป์โลกลงไปนั่งกับพื้นให้กรรมการนับ 8

เกมดำเนินมาถึงยก 3 โรมัน กอนซาเลซ มีบาดแผลแตกบริเวณหางคิ้วขวา แต่ยังกัดฟันเดินแลกหมัดกับศรีสะเกษอย่างดุเดือด

ศรีสะเกษโดนกรรมการชี้ขาดบนเวทีตัด 1 คะแนน เนื่องจากมองว่าใช้ศรีษะกระแทกแชมป์โลก

ช่วงยก 7-9 ทั้งสองยังแลกหมัดกันดุเดือดเหมือนเดิม เป็นโรมันที่ออกหมัดเยอะกว่า หวังปิดเกมให้ได้โดยเร็ว

ยก 10-12 ยังสมศักดิ์ศรีมวยคู่สุดมันส์ แต่ทั้งคู่ยังสวมหัวใจสิงห์ยืนจบครบ 12 ยกได้

ผลคะแนนจากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ให้เสมอกัน 113-113 คะแนน 1 ท่าน ส่วนอีก 2 ท่านให้ศรีสะเกษชนะ 114-112 ทำให้ “เจ้าแหลม” หิ้วเข็มขัดแชมป์โลกกลับบ้านได้สำเร็จ

มาต้าฮีโร่! “ปีศาจแดง” เปิดถิ่นเฉือน “รอสตอฟ” 1-0 ลิ่ว 8 ทีม

มาต้าฮีโร่! "ปีศาจแดง" เปิดถิ่นเฉือน "รอสตอฟ" 1-0 ลิ่ว 8 ทีม

ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง
วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560
แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1-0 รอสตอฟ (รัสเซีย)
(รวมสองนัด แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เริ่มเกม 5 นาที เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเลย ดาเล่ย์ บลินด์ เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าไปให้ มาร์กอส โรโฮ โหม่งโล่งๆ จากระยะ 7 หลาติดเซฟ นิกิต้า เมดเวเดฟ มาเข้าทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซ้ำมุมแคบฝั่งขวาชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 16 “ปีศาจแดง” พลาดโอกาสอีกครั้ง ฆวน มาต้า จ่ายให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทะลุไปแตะบอลหนี นิกิต้า เมดเวเดฟ เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแต่แรงไปเลยต้องตามไปถึงสุดเส้นหลังเลือกยิงเองด้วยซ้ายมุมแคบติดปลายมือ เมดเวเดฟ ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 30 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสทองอีกหน ฆวน มาต้า จ่ายขึ้นหน้าให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน หลุดเข้าเขตโทษไปกระดกผ่านมือ นิกิต้า เมดเวเดฟ ไปแล้วแต่ก็หลุดเสาซ้ายมือออกหลังไป จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 54 รอสตอฟ ทีมเยือนเกือบได้ประตู ซาร์ดาร์ อัซมูน ลากจากขวาตัดเข้ากลาง ก่อนสับไกด้วยซ้ายหน้าเขตโทษโค้งไปทางเสาไกลแต่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ทุบออกหลังไปได้

หลังพยายามอยู่นาน นาทีที่ 70 แฟนๆปีศาจแดงได้เฮลั่น เฮนริค มคิทาร์ยาน หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดไปหน้าประตู ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตอกส้นต่อให้ ฆวน มาต้า วิ่งซัดจ่อๆไม่เหลือ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0

นาทีที่ 79 รอสตอฟ เกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ อเล็คซานดาร์ บูคารอฟ ตัวสำรอง โหม่งสะบัดไปติดมือ เซร์คิโอ โรเมโร่ ปัดออกหลังหวุดหวิด

จบเกม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเชือด รอสตอฟ 1-0 รวมผลสองนัด ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 2-1

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-3) : เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดร์ เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา, ดาเล่ย์ บลินด์, ฆวน มาต้า, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เฮนริค มคิทาร์ยาน
รอสตอฟ (5-3-2) : นิกิต้า เมดเวเดฟ, โคเรน บายราเมียน, มิฮา เมฟเลีย, เซซาร์ นาบาส, เฟดอร์ คูเดรียชอฟ, เดนิส เทเรนท์เยฟ, คริสเตียน โนบัว, อันเดร เปรเปลิต้า, ดิมิทรี โปลอซ, อเล็กซานเดอร์ บูคารอฟ
ผู้ตัดสิน : เกดิมินาส มาเซกา (ลิทัวเนีย)

“ช้างศึก U19” ทำได้! หลังเฉือน “ฮ่องกง” 2-1 คว้าแชมป์ Jockey Club

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี คว้าแชมป์สี่เส้าฮ่องกง หลังเฉือนชนะเจ้าภาพในเกมสุดท้าย

"ช้างศึก U19" ทำได้! หลังเฉือน "ฮ่องกง" 2-1 คว้าแชมป์ Jockey Club

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง ที่สนาม Po-Kong Village Road 2 การแข่งขันฟุตบอล Jockey Club International Youth Tournament 2017 นัดสุดท้าย ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พบกับ ทีมชาติฮ่องกง

เริ่มเกมมาแค่สิบนาทีเป็นฮ่องกงที่มาได้ประตูออกนำก่อน จากจังหวะที่บอลขลุกขลิกในเขตโทษและเป็น ยัต ยึง เอธาน ที่โหม่งเข้าไปให้เจ้าภาพนำก่อน 1-0

แต่นาทีที่ 23 ไทยก็มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ สกุลชัย แสงโทโพธิ์ ยกบอลให้ศิรยุทธ กระจายศรี หลุดเดี่ยวไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูฮ่องกงเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

นาที 66 ทีมชาติไทยมาได้ประตูประตูชัยจากจังหวะที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา เปิดฟรีคิกให้สัมพันธ์ เกศรี โหม่งเข้าประตูไปให้ ทีมชาติไทย U19 ชนะ ฮ่องกง 2-1

ส่วนผลอีกคู่ สิงคโปร์ เสมอกับ ไต้หวัน 1-1 ทำให้ทีมชาติไทยมี 6 คะแนนทีมเดียว คว้าแชมป์ Jockey Club International Youth Tournament 2017 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มาครองได้สำเร็จ พร้อมกันนี้ เอกนิษฐ์ ปัญญา ยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปครอง

เป็นกำลังใจให้ “น้องเมย์ รัชนก” ต่อไป

เป็นกำลังใจให้ "น้องเมย์ รัชนก" ต่อไป

สัปดาห์ที่แล้วนอกจากเรื่องของฟุตบอลต่างประเทศที่ต้องติดตามแล้ว ยังมี “แบตมินตัน” รายการใหญ่อย่าง “ออล อิงแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ” ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษซึ่งมีนักแบตมินตันไทยเข้าร่วมการแข่งขัน

ไม่ว่าจะประเภท “ชายเดี่ยว” ที่เจ้าสอง “ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข” สามารถปราบนักเทนนิสดีกรีอันดับ 3 ของโลกอย่าง “เฉิน หลง” ได้ในรอบ 16 คนสุดท้าย เพราะที่ผ่านมา 11 ครั้งในการเจอกันเจ้าสองแพ้รวดจึงเป็นการปลดล็อกเอาชนะนักแบตมินตันที่ว่าเป็นรองเพียง “ลี ชอง เว่ย” จากมาเลเซียแชมป์รายการนี้ กับ “หลิน ตัน” จากจีน แม้ว่าจะไปพลาดท่าแพ้ “ซู เทียน เฉิน” จากไต้หวันในรอบ 8 คนสุดท้าย

ขณะที่ประเภท “หญิงเดี่ยว” น้องเมย์ “รัชนก อินทนนท์” นักแบตมินตันของไทยก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้สุดยอดสามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้แถมยังล้ม “คาโรลิน่า มาริน” คู่ปรับสำคัญจากสเปนได้อีกด้วย หลังจากก่อนหน้านี้เจอปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเรื่องของสภาพร่างกายและสภาพจิตใจมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ถ้าจำกันได้ก่อนที่ฟอร์ม “น้องเมย์ รัชนก” จะหลุดไปดื้อๆจากอาการบาดเจ็บ หลังจากเจ้าตัวสามารถคว้า 3 แชมป์ระดับซุปเปอร์ซีรีย์ติดที่ “อินเดีย” “มาเลเซีย” และ “สิงค์โปร์” เมื่อปีที่แล้วในช่วงเดือนเมษายนและจากคะแนนสะสมในช่วงนั้นยังกลายเป็นนักแบตมินตันไทยคนแรกที่ขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลก

อย่างไรก็ตามพอมา “โอลิมปิก ที่บราซิล” ช่วงกลางปีก็เจ้าฤทธิ์อาการบาดเจ็บจนต้องตกรอบอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องถอนตัวในรายการอื่นๆหลังจากนั้นและยังต้องไปรักษาทั้งข้อมือและขา

แน่นอนว่าช่วงนั้น น้องเมย์ เจอความกดดันมหาศาลจาก “คนไทย” ด้วยกันเอง ไม่ว่าจะสื่อมวลชนหรือแฟนกีฬาแบตมินตัน จนทางสมาคมแบตมินตันแห่งประเทศไทยและต้นสังกัดของน้องเมย์ “บ้านทองหยอด” ต้องคอยประคบประหงมตัวน้องทั้งร่างกายที่บาดเจ็บและสภาพจิตใจที่เจอผลกระทบจากความกดดัน

ส่วนตัวติดตามข่าวตคราวและเรื่องของ “น้องเมย์” มาตลอดจึงทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกันว่าจะเจ้าตัวจะใช้เวลานานมากน้อยแค่ไหนในการกลับมาอีกครั้ง เพราะเป้าหมายของเจ้าตัวในการเล่นแบตมินตัน สามารถประสบความสำเร็จในการเป็น “แชมป์โลก” กับ “มือ 1 ของโลก” ขาดเพียงแค่ “เหรียญทองโอลิมปิก” เพียงอย่างเดียวซึ่งถึงตรงนี้ต้องรออีก 3 ปีที่ “โตเกียว” ในปี 2020 (โอลิมปิก แข่ง 4 ปีหน)

สำหรับน้องเมย์ สามารถทะลุผ่านเข้าชิงชนะเลิศ “ออลอิงแลนด์” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัว (เคยเข้าชิงในปี 2013 แต่แพ้ “ทิเน่ บัวร์” จากเดนมาร์ก) น่าเสียดายที่ไปเจอ “ไท่ ซื่อ หยิง” จากไต้หวันที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีคพอดีในฐานะมือ 1 ของโลกคนปัจจุบันแพ้ไป 1-2 เกม (16-21,20-22) ทั้งๆที่คู่นี้เจอกันผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด โดยก่อนเกมนี้ น้องเมย์ชนะ 7 ครั้ง “ไท่ ซื่อ หยิง” ชนะ 6 ครั้ง

มาถึงตรงนี้ “น้องเมย์” ของคนไทยทุกคนคงไม่ใช่ “ดาวรุ่ง” ที่เรารู้จักต่อไปแล้ว เพราะมองว่าเธอคือ “ราชินีแบตมินตันของไทย” ด้วยอายุที่มากขึ้น ประสบการณ์ที่มากกว่าเดิม ความเยือกเย็น ความสุขุมในการเล่นที่ต่างจากตอนเป็นดาวรุ่ง บวกกับการวางแผนของทีมงานน้องเมย์ที่จะจัดโปรแกรมให้เหมาะสมและเอื้อประโยชน์กับสภาพร่างกายเจ้าตัว ไม่ต้องแข่งมากรายการจนเกินไป

เชื่อว่า “น้องเมย์” กลับมาครั้งนี้ “คนไทยทั้งประเทศมีความสุข” บางทีอาจจะมากกว่าการได้แชมป์ซะอีก เพราะความสำเร็จของ “รัชนก อินทนนท์” ที่ผ่านมาในอดีตก็ถือว่าเธอเป็น “อีกหนึ่งตำนานในวงการกีฬาไทย” ไปแล้ว สิ่งเดียวที่แฟนกีฬาไทยจะทำให้เธอได้คือ เป็นกำลังใจให้น้องเมย์ต่อไป ครับ

อุ้มเจ็บถึงหามออก! “เมืองทอง” บุกแบ่งแต้ม “อุลซาน” 0-0 หล่นที่สอง

อุ้มเจ็บถึงหามออก! "เมืองทอง" บุกแบ่งแต้ม "อุลซาน" 0-0 หล่นที่สอง

ฟุตบอล เอเอฟซี ชปล. 2017
วันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560
อุลซาน ฮุนได 0-0 เมืองทอง ยูไนเต็ด
สนาม : มุนซู คัพ สเตเดี้ยม

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นก่อน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้สับไกหน้าเขตโทษ แต่ คิม ยองแด นายทวารเจ้าถิ่นพุ่งปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 15 ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายตัวหลัก ได้รับบาดเจ็บจากการโดนคู่แข่งหวด จนเจ้าตัวทนเล่นต่อไม่ไหว โดนหามออก “โค้ชแบน” จึงส่ง พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 30 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตู ออร์ซิค ได้จังหวะซัดไกลนอกเขตโทษ แต่กวินทร์ไม่พลาด พุ่งปัดไว้ได้ปลายมือ

นาทีที่ 35 เมืองทองน่าจะขึ้นนำจริงๆ จากจังหวะที่ ศนุกรานต์ หลุดไปทางด้านซ้าย แต่ฝืนยิงเองจนหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมมีโอกาสน้อยลงกว่าเดิม เพราะทั้งคู่ต่างดูเชิง และเล่นกันระมัดระวังมากขึ้น นาทีที่ 65 ธีรศิลป์ แดงดา ได้จังหวะหลุดไปในเขตโทษ และตะบันเต็มๆ แต่บอลยังโดนคิม ยองแด เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 81 เมืองทองมีโอกาสขึ้นนำ เมื่อ ทริสตอง โด เปิดบอลจากด้านขวาเข้ามาในเขตโทษแบบได้เสีย แต่จังหวะสุดท้าย ซิสโก้จับบอลไม่อยู่ เลยพลาดยิงอย่างน่าเสียดาย

สุดท้ายหมดเวลา 90 นาที ไม่มีใครทำอะไรกันได้ จบเกมด้วยสกอร์ 0-0 ทำให้เมืองทองมี 5 แต้ม อยู่ตำแหน่งรองจ่าฝูงของกลุ่ม ตามหลัง คาชิม่า แอนท์เลอร์ส แค่ 1 คะแนนเท่านั้น

กระหึ่มเอเชีย! “เมืองทองฯ” ผงาดรั้งอันดับ 8 ยอดสโมสรเอเชีย

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขยับรั้งอันดับ 8 สโมสรเอเชีย ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 26 และ ชลบุรี เอฟซี อยู่อันดับที่ 36 จากจัดอันดับของเว็บไซต์ Footballdatabase

กระหึ่มเอเชีย! "เมืองทองฯ" ผงาดรั้งอันดับ 8 ยอดสโมสรเอเชีย

Footballdatabase เว็บไซต์จัดอันดับและเก็บสถิติผลการแข่งขันของสโมสรทั่วโลกประกาศผลการจับอันดับทีมทั่วโลกล่าสุดปรากฏว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้า ไทยลีก ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 8 เอเชียหลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในโตโยต้า ไทยลีก และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 9 เอเชียตั้งแต่ก่อนเกมที่ต้องออกไปเยือน บริสเบน โรร์ ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ซึ่งจากการที่เสมอกลับมาได้ 0-0 ต่อด้วยบุกชนะ บีอีซี เทโรศาสน 0-1 (ไทยลีก), เปิดบ้านเถือ คาชิมา แอนต์เลอร์ส 2-1 (เอซีแอล) และล่าสุดบุกถล่ม ชลบุรี เอฟซี 3-0 (ไทยลีก) ทำให้ขยับขึ้นมารั้งที่ 8 เอเชียแล้วซึ่งเป็นอันดับสูงที่สุดที่เคยครอง มีเพิ่มเป็น 1,551 คะแนน พร้อมยึดอันดับ 1 แห่งอาเซียน

ขณะที่สโมสรจากไทยลีก อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคะแนน 1,480 คะแนน รั้งอันดับ 26 ของทวีป ส่วน “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี มี 1,453 คะนน รั้งอันดับ 36 ของทวีป

นอกจากนั้น ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายเมืองทอง ยูไนเต็ด มีลุ้นคว้าประตูสุดสวยหลังจบศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 เมื่อฟรีคิกที่ยิงประตู คาชิมา ได้รับเลือกจาก สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ติดโผ 1 ใน 4 ลูกยิงที่เปิดให้แฟนบอลได้ร่วมโหวตคะแนนเข้ามา

ตะขอเกี่ยวเลือดสาด! “ผจก.สุโขทัย” ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ขัดใจสนาม “ศรีสะเกษ” ไร้มาตรฐาน

ตะขอเกี่ยวเลือดสาด! “ผจก.สุโขทัย” ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ขัดใจสนาม “ศรีสะเกษ” ไร้มาตรฐาน

ตะขอเกี่ยวเลือดสาด! "ผจก.สุโขทัย" ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ขัดใจสนาม "ศรีสะเกษ" ไร้มาตรฐาน

ผู้จัดการทีมสุโขทัย เอฟซี เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ยอมรับในเกมการแข่งขันที่ทีม “ค้างคาวไฟ” ไม่สามารถเอาชนะ “กรูปรีอันตราย” ศรีสะเกษ เอฟซี ในบ้านของศรีสะเกษได้ แต่ยันทัพนักเตะค้างคาวไฟได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว

โดยยอมรับว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นมีความน่ากลัว และคึกคักตลอดเวลา ขณะที่ทัพนักเตะของค้างคาวไฟ โชคไม่ดี ที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างเกมไปถึง 3 คน รวมถึงผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่าง ไพโรจน์ เอี่ยมมาก ที่ถูกตะขอเกี่ยวตาข่ายประตูบาด จนได้รับบาดเจ็บต้องหามส่งโรงพยาบาลด่วน และต้องเย็บบาดแผลมากถึง 8 เข็มตั้งแต่ครึ่งแรก

ขณะที่ วัชระพล ช่างกลึงเหมาะ และ ธนวัตร ปางช้าง ที่ได้บาดเจ็บนั้น ทำให้ทีมค้างคาวไฟ หมดโควต้าที่จะเปลี่ยนผู้เล่นในเกมได้ แต่ยืนยันว่ารูปเกมที่สุโขทัย เอฟซี เจอกับทีมศรีสะเกษ เอฟซี นั้นมีความสูสี

“ผมยอมรับผลการแข่งขัน แต่อยากฝากไปยังทีมผู้ตรวจสอบความพร้อมของสนาม ให้ตรวจสอบความพร้อมให้ได้มาตรฐาน เพราะนักเตะของค้างคาวไฟที่บาดเจ็บ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหล็กที่ใช้เกี่ยวตาข่ายประตูยื่นออกมาแบบผิดรูป ทั้งนี้ผมมองว่าอาการบาดเจ็บของนักเตะไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเหตุผลความไม่พร้อมของสนามแข่งขัน” ผู้จัดการทีมค้างคาวไฟ ร้องขอ

เขตพงศ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บนั้น ทีมแพทย์ของสุโขทัย เอฟซี ต้องตรวจเช็คอาการและความพร้อมกันอีกครั้ง ซึ่งคืนนี้ (4 มี.ค.) เราต้องเดินทางกลับจังหวัดสุโขทัยทันที และจากนั้นต้องให้นักเตะที่มีอาการบาดเจ็บเข้าเช็คความพร้อม เพื่อเตรียมสู้ศึก โตโยต้า ไทยลีก นัดที่เจอกับทีมราชบุรี มิตรผล เอฟซี วันที่ 8 มี.ค. นี้

ปส.บุกจับ “อดีตแข้งด.2” ลักลอบลำเลียงกัญชาอัดแท่งพร้อมแก๊ง

วัชรพล นาคเสน อดีตกองหน้า หนองคาย เอฟที และ ประจวบ เอฟซี ถูกกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกรวบตัวพร้อมเพื่อนร่วมขบวนการอีก 4 คน โดยพบของกลางกัญชาอัดแท่งรวม 500 กก.

ปส.บุกจับ "อดีตแข้งด.2" ลักลอบลำเลียงกัญชาอัดแท่งพร้อมแก๊งพล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สกส.บช.ปส. บก.ปส.2 ร่วมกันจับกุม นายวัชรพล นาคเสน อายุ 29 ปี, นายคมสัน ไชยโสม อายุ 22 ปี นางไพรวรรณ อรกุล อายุ 39 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจ.หนองคาย นายพุดสา ไชวงษา และ นางหวายคำ สุวันทอง อายุ 27 ปี ทั้งคู่สัญญชาติลาว พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งรวม 500 กก. นอกจากนี้ยังมีรถยนต์กระบะที่ใช้ซุกซ่อนของกลางอีก 3 คัน โทรศัพท์มือถืออีก 12 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ บก.สกส.บช.ปส. สืบทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามาบริเวณแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง อ.สังคม จ.หนองคาย ก่อนเข้ามายังตอนในของประเทศ โดยมีการใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจยาเสพติดสีคิ้ว จ.นครรราชสีมา ของ บก.ปส.2 ออกไปทาง จ.ชัยภูมิ และจ.ลพบุรี จึงได้ส่งชุดปฏิบัติการเข้าไปติดตามและทำการตรวจสอบ

กระทั่งทราบว่าเป็นการลำเลียงกัญชาแห้งอัดแท่งเข้ามาจึงทำการบุกเข้าจับกุมและยึดยาเสพติดทั้งหมดไว้ทันที อย่างไรก็ตามในรายละเอียดของคดีนี้ทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมหมาย จะแถลงให้ทราบอีกครั้งในวันที่ 6 มี.ค.นี้

สำหรับ วัชรพล นาคเสน มีภูมิลำเนา อยู่ที่ จ.หนองคาย โดยเริ่มค้าแข้งกับสโมสร “ลูกพญานาค” หนองคาย เอฟที ทีมในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ฤดูกาล ก่อนย้ายค้าแข้งกับ ประจวบ เอฟซี และมีส่วนสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 เมื่อฤดูกาล 2014

ชัยชนะที่ได้ไม่คุ้มเสีย?

ชัยชนะที่ได้ไม่คุ้มเสีย?

ในนัดแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะแซงต์ เอเตียน ได้ก่อนถึง 3-0 โอกาสผ่านเข้ารอบก็ถือว่ามากพอสมควรอยู่แล้ว

และถ้าเกิดยิงประตูอะเวย์โกลได้อีก ก็ยิ่งไปกันใหญ่ และจะทำให้คู่แข่งเกิดอาการท้อแท้ ไม่ต่างอะไรกับตามกระบือ เลยทีเดียว

โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “ปิศาจแดง” ก็ไม่ประมาท โดยยังส่งตัวหลักอย่าง ปอล ป็อกบา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และเฮนริค มคิตาร์ยาน ลงสนาม ทั้งๆ ที่มีแมตช์สำคัญกว่า ในสุดสัปดาห์นี้รออยู่

เรื่องนี้มองได้ 2 มุมครับ คือ ให้ความสำคัญกับถ้วยนี้สุดๆ (เผื่อในลีกไม่ติดท็อปโฟร์) แต่อีกด้านหนึ่ง นายใหญ่โปรตุกีส อาจจะมีอาการ “ปอดแหก” ซ่อนอยู่ในใจ

จริงอยู่ว่า การจัดตัวที่แข็งแกร่ง เน้นเอาชัวร์ ทั้งๆ ที่สกอร์ขาดไปแล้ว มันมีความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ และอ่อนล้าตามมา

 ชัยชนะที่ได้ไม่คุ้มเสีย?เกมในครึ่งแรก มคิตาร์ยาน ยิงให้ ยูไนเต็ดบุกนำ 1-0 ตั้งแต่ 15 นาทีแรก และเป็นประตูทีมเยือน สถานการณ์ถึงตรงนี้ ยักษ์เขียวแห่งฝรั่งเศส ต้องยิงคืนถึง 5 ประตู เพื่อพลิกสถานการณ์เข้ารอบ

แต่มันไม่ง่ายนะสิครับ เพราะมูรินโญ่ ใช้แท็กติกเน้นความรัดกุม ตามสไตล์ถนัด ปล่อยให้คู่แข่งครองบอล และบุกเข้าใส่ แล้วพยายามหาจังหวะตอบโต้ พูดง่ายๆ ก็คือ เกมรับแน่น และยิงประตูได้ด้วย

ลูกทีมของเทรนเนอร์คริสตอฟ กัลติเย่ร์ ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการใช้บอลยาวเข้าสู้ และเร่งเกมเพื่อกดดันนักเตะยูไนเต็ด แต่สุดท้าย ก็อาการเดิมๆ เหมือนนัดแรกครับ คือ เกมรุกทื่อมาก ขาดความหลากหลาย

และข่าวร้ายของแฟนผี ก็มาถึง เมื่อผ่านไป 25 นาที มิดฟิลด์อาร์เมเนีย ผู้ทำประตูแรก ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ต้องเปลี่ยนเอา มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาแทน

ซึ่งกองหน้าดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษรายนี้ ก็ทำผลงานได้ดี พาบอลไปแดนหน้าได้สวยๆ หลายครั้ง และก็มีโอกาสใส่สกอร์ได้เช่นกัน

ขณะที่ครึ่งหลัง แซงต์ เอเตียน ก็ยังครองบอลได้มากกว่าเหมือนเดิม แต่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย เพราะนักเตะปิศาจแดง ช่วยกันปิดเกมอย่างเด็ดขาด จนแนวรุก “เลอ แวร์ส” โชว์ฟอร์มไม่ออก

ทว่า หลังจากเกมผ่านไป 1 ชั่วโมงเศษๆ เอริก ไบยี่ ที่นัดนี้ฟอร์มแย่สุดๆ เข้าบอลพรวดพราดหลายครั้ง โดนเหลืองที่สอง กลายเป็นเหลือง-แดง เชิญออกไปอาบน้ำก่อนใครเพื่อน

มูรินโญ่ ต้องส่ง มาร์กอส โรโฮ ลงสนาม และทำหน้าที่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟแทนแข้งไอเวอรี่ โคสต์ ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย

ขณะที่บาสเตียน ชไวสไตเกอร์ ที่มีชื่อลงเล่นรอบน็อกเอาต์รายการนี้ ก็ถูกส่งลงสนามแทนคาร์ริค ที่เจ็บน่อง และช่วยทำให้แผงมิดฟิลด์ดูดีมากขึ้น

จะเห็นได้เลยว่า ถึงแม้จะเหลือ 10 คน แต่รูปเกมของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไมได้เป็นรองแต่ประการใด และก็ไม่เสียท่าให้กับคู่แข่งเลย

จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ต้องแลกกับอาการบาดเจ็บของมคิตาร์ยาน และคาร์ริค ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่า วันอาทิตย์นี้จะลงช่วยทีมได้หรือไม่

ไบยี่ ที่ถูกไล่ออกในนัดนี้ ติดโทษแบน 1 นัด ในเลกแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย มาร์กอส โรโฮ และฟิล โจนส์ เซ็นเตอร์แบ็กคู่เก่ง น่าจะได้ทำหน้าที่แทน

สำหรับคู่แข่งในยูโรป้ารอบต่อไป แข้ง “เรด เดวิลส์” จะได้ทราบโดยทั่วกัน ในการประกบคู่วันศุกร์นี้ และอีก 2 วันถัดมา ลงชิงถ้วยใบแรกของฤดูกาล ในรายการอีเอฟแอล คัพ กับเซาธ์แธมป์ตัน

ก็ไม่รู้สินะว่า นักเตะตัวสำคัญ ดันมาเจ็บในเกมที่ไม่ค่อยสำคัญ มูรินโญ่จะต้องจ่ายค่าเสียหายเท่าไหร่ ในวันอาทิตย์นี้ ???