ท่ามกลางฝนโปรย! “แข้งช้างศึก” ลงฝึกซ้อมตามปกติช่วงเช้า

 ท่ามกลางฝนโปรย! "แข้งช้างศึก" ลงฝึกซ้อมตามปกติช่วงเช้า

วันที่ 26 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น. เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำลูกทีมลงฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งที่สอง ณ สนามแน็คไฟว์ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น โดย นูรูล ศรียานเก็ม ที่เดินทางตามมาสมทบตั้งแต่เมื่อคืนวาน ก็ได้ร่วมลงซ้อมกับทีมด้วย

สำหรับการฝึกซ้อมเช้าวันนี้ เริ่มจากฟื้นฟูร่างกายตามปกติ ก่อนเน้นในเรื่องแท็คติก ทั้งเกมรุก-เกมรับ รวมถึงวางระบบการเล่น ท่ามกลางอุณหภูมิ 6 องศาเซลเซียส และสายฝนที่โปรยปรายเล็กน้อย โดยให้สื่อมวลชนเก็บภาพได้เพียง 15 นาที และใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง

หลังการฝึกซ้อม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “เด็กๆปรับตัวได้ดีขึ้น เราก็บอกน้องๆว่าวันแข่งจริงอาจจะมีฝนตกด้วย เพราะอย่างวันนี้ก็มีทั้งฝน ลม และความหนาวเย็น อุณหภูมิประมาน 2-3 องศาได้ แต่ทุกคนก็มีความุม่งมั่น เขาก็รู้กันว่าการเจอญีปุ่นไม่ใช่งานง่าย แต่วันนี้เราไม่มีอะไรจะเสีย เราคิดว่าถ้าเราแพ้ เราจะแพ้แบบไหน แพ้หมดรูป แพ้แบบสู้ไม่ได้ หรือแพ้แบบไม่อยากจะสู้ แต่ถ้าเราสามารถมีแต้มได้ เราก็เป็นประวัติศาสตร์ หรือถ้าได้ 3 แต้ม มันก็ยิ่งใหญ่ ดังนั้นทุกคนก็รู้ว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้”

“อยากให้น้องๆ รู้ว่าเวลาที่เราผิดหวังหรือล้มเหลว ฟุตบอลมันมีแพ้ มีชนะ มีเสมอ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้เราเจอใคร ซึ่งน้องๆ ทุกคนก็รู้ว่าถ้าเราไม่ได้ผ่านเข้ามารอบนี้ เราก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับญี่ปุ่น วันนี้เราจะได้เจอกับชุดใหญ่ของพวกเขาที่มีโอกาสได้ไปฟุตบอลโลกหลายครั้งแล้ว ดังนั้นมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีของน้องๆ เราก็อยากให้เขามีความแข็งแกร่ง เราก็บอกเขาว่าการเจอกับทีมระดับเอเชีย มันต้องปรับตัวให้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแทคติกและสภาพอากาศ เราไปซาอุฯ มา เราเจออากาศ 43 องศา แต่ที่นี่ 3 องศา คือให้เขาแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เก่งในบ้านเรา”

“สองวันมานี้ก็ทุกคนตั้งใจซ้อมดี มันมีรอยยิ้ม มันมีความตั้งใจเข้ามา ฉะนั้นเขาไม่สนใจหรอกว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่เขาสนใจว่าลงไปแล้วจะร้อยเปอร์เซนต์หรือไม่”

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่มีโปรแกรมลงแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม ในวันที่ 28 มีนาคม 2560 เวลา 17.35 น.

สะดุด! ช้างศึก U23 พลาดพ่ายจีน 1-2 ศึกดูไบคัพ

สะดุด! ช้างศึก U23 พลาดพ่ายจีน 1-2 ศึกดูไบคัพ

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนาม โปลิส สเตเดียม การแข่งขันฟุตบอล ดูไบ คัพ นัดที่ 3 ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่ชนะมาสองเกมรวด พบกับทีมชาติจีนที่เสมอมาสองเกมรวด

เกมนี้โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ วางเจนรบ สำเภาดี เป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมี ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, วงศกร ชัยกุล เทวินทร์, ชัยวัฒน์ บุราญ ทำเกมสนับสนุน ตรงกลางเป็น เชาว์วัตน์ วีระชาติ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

ออกสตาร์ตเกมครึ่งแรก รูปเกมถือว่าสูสี นาทีที่ 10 ไทย ได้ลุ้นจากลูกยิงด้วยซ้ายของ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ จากนอกกรอบเขตโทษ ทว่านายด่านจีนลอยตัวปัดบอลข้ามคานได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นเกมแม้ไทยจะเป็นฝ่ายครองบุกได้มากกว่า ทว่าการบุกเข้าไปทำในจังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังเสมอกัน 0-0

กลับมาครึ่งหลัง 5 นาที ไทยเปลี่ยนผู้เล่นคนแรกโดยถอด ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ออกแล้วส่ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงเล่นแทน จากนั้นนาที 64 เปลี่ยน ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ลงแทน วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ จากนั้นนาทีเดียว จีน ได้ประตูออกนำ 1-0 จากหลุดไปยิงทางฝั่งขวาของ ถัง ฉี

นาที 72 จีน มาหนีห่างเป็น 2-0 จากการหลุดเดี่ยวไปยิงของ ถัง ฉี และนาทีเดียวกัน ไทย เปลี่ยนเอา วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กับ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ลงแทน เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กับ ชัยวัฒน์ บุราญ และอีก 5 นาทีต่อมา ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ตัวสำรองหลุดไปยิงให้ไทย ไล่มาเป็น 2-1

นาที 83 ไทย ส่ง สิทธิโชค กันหนู ลงสนามแทน เจนรบ สำเภาดีากนั้น ไทย พยายามโหมบุกอย่างหนัก ทว่าไม่สามารถพังประตูตีเสมอได้ ทำให้จบเกม ไทย แพ้ จีน ไป 1-2 ทำให้มีหกคะแนนเท่าเดิม ส่วนจีนไล่จี้มามี 5 คะแนน

เกมสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลดูไบ คัพ 2017 ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะทำการแข่งขันในวันที่ 28 มีนาคม 2560 พบกับ สิงคโปร์ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนาม ยูเออี เอฟเอ

“ช้างศึก” พร้อมลุย! “ซิโก้” สั่งลูกทีมสู้ถวายหัวเพื่อ 3 แต้มจาก “ซาอุฯ”

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย เตรียมสั่งให้ลูกทีมสู้เต็มที่ เพื่อคว้า 3 แต้ม จากซาอุดิอาระเบีย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย วันพรุ่งนี้

วันที่ 22 มีนาคม 2560 เวลา 15.00 น. ที่ห้องแถลงข่าวภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีการแถลงข่าวความพร้อมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 6 ของกลุ่มบี ระหว่างทีมชาติไทย พบกับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย

โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า “ทีมชาติของเรามีการเก็บตัวก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลา 10 วัน แม้ช่วงแรกอาจจะยังไม่ฟูลทีม เนื่องจากมีผู้เล่นจากเมืองทองที่ติดลงเล่นรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก และได้กลับมาร่วมฝึกซ้อมในช่วง 6 วันหลัง ตอนนี้น้องๆทุกคนมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ซาอุดิอาระเบียยังเป็นทีมแข็งแกร่งและอันตราย แม้เราจะได้เล่นในบ้าน แต่คงประมาทไม่ได้ ซึ่งเราก็ได้มีการฝึกซ้อมและเตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับนัดนี้”

“ซาอุดิอาระเบีย ยุคก่อนพวกเขาแข็งแกร่งกว่ายุคนี้มาก สมัยที่พี่โก้เป็นผู้เล่น เราแพ้เขา 4-5 ลูก แต่จากที่ได้เห็นน้องๆเล่นเกมแรก เราเองก็ไม่คิดว่าน้องๆจะทำได้ดีขนาดนี้ เราบอกน้องๆว่าวันนั้นซาอุฯโชคดีที่ชนะเรา จะด้วยกรรมการช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่พรุ่งนี้ถ้าเราชนะ จะไม่ได้เป็นชัยชนะที่ล็อกถล่ม หรือมีโชคเข้าช่วย แต่เราจะชนะด้วยการทำงานหนัก ชนะด้วยแท็คติก เราจะไม่ขอให้กรรมการมาช่วย หลายคนอาจมองว่า ซาอุฯเหนือกว่า แต่นักเตะของเราตอนนี้มีสภาพจิตใจ และความกระหาย น้องๆทุกคนจะลงเล่นอย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซาอุฯไม่ใช่ทีมที่อ่อนลง แต่การเล่นในบ้านจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”

“สิ่งที่พี่ได้บอกกับนักเตะคือเราต้องแข่งขันกับตัวเอง เราต้องสู้กับตัวเอง แม้ว่าจะอยู่อันดับสุดท้ายของตาราง แต่เราจะแสดงให้แฟนบอลและทุกคนได้เห็นว่า เราไม่ใช่ทางผ่านของใคร ทีมไหนที่ต้องการไปเล่นรอบฟุตบอลโลกที่รัสเซีย เวลาเจอกับทีมชาติไทยจะต้องเจอเกมที่ยากลำบากแน่นอน เราจะสู้เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 พรุ่งนี้เราจะไม่มีความกดดันใดๆทั้งนั้น ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีใครเอาชนะทีมเหล่านี้ได้ เกมนี้มีแต่ได้กับได้ ไม่ว่าจะ 1 หรือ 3 แต้ม ทุกคนพร้อมจะวิ่งและทำงานหนักในวันพรุ่งนี้ต่อหน้าแฟนบอลของเรา”

สำหรับฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 6 ของกลุ่มบี ระหว่างทีมชาติไทย พบทีมชาติซาอุดิอาระเบีย จะแข่งขันวันที่ 23 มีนาคม 2560 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด

“มาดามแป้ง” ส่ง “ชบาแก้ว” เทสต์ฟิตเตรียมลุยชิงฯเอเชีย-ซีเกมส์

ความเคลื่อนไหวทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในการเตรียมทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบคัดเลือก ที่ประเทศปาเลสไตน์ ระหว่างวันที่ 3-7 เมษายน 2560

"มาดามแป้ง" ส่ง "ชบาแก้ว" เทสต์ฟิตเตรียมลุยชิงฯเอเชีย-ซีเกมส์โดยในวันนี้ เวลา 09.00 น. ทัพแข้งสาวไทยตบเท้าเข้าทดสอบสมรรถภาพร่างกาย กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อวัดผลสมรรถภาพก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเม้นสำคัญ ด้าน “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม เตรียมนำผลมาเปรียบเทียบรายคน เพื่อจัดโปรแกรมเข้ม พร้อมส่งนักเตะเก็บตัวชลบุรีช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนไปปาเลสไตน์

“การเทสต์วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนเต็มที่ เพราะมันสำคัญที่ชี้วัดนักกีฬาในการฝึกซ้อม แป้งให้โค้ชเอาผลทดสอบเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2016 ซึ่งมีคะแนนบางส่วนที่ยังไม่พอใจนัก เอามาเปรียบเทียบกับครั้งนี้ เพราะนอกจากชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้ เรายังมองถึงซีเกมส์ในเดือนสิงหาคมด้วย ซึ่งแป้งคาดหวังว่าคะแนนทดสอบจะขยับขึ้นทุกคน ทั้งความคล่องตัว สปีดต้น มวลกล้ามเนื้อ ไขมัน ความทนทาน เนื่องจากเราเก็บตัวด้วยกันมากว่า 3 เดือน ทุกอย่างต้องดีขึ้น เพราะมันเกี่ยวข้องกับการฝึกในสนามทั้งหมด”

“ในวันพรุ่งนี้ (17 มี.ค.) เราจะลงเกมกับทีมโรงเรียนสาธิตปทุมวัน U15 ที่สนาม ม.รามคำแหง และวันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค. เราทั้งหมดจะย้ายแคมป์ฝึกซ้อมจาก กกท. หัวหมาก ไปอยู่แคมป์ชลบุรี โดยแป้งอยากให้นักกีฬามีสมาธิ โฟกัสกับเกมและเทคนิคอย่างเต็มที่ ไม่วอกแวกกับเรื่องอื่นๆ เพื่อให้ทีมมีความพร้อมสูงสุดก่อนเดินทางไปปาเลสไตน์ วันที่ 29 มี.ค.” มาดามแป้ง กล่าวเพิ่มเติม

“จิ้งจอก” ทำได้

เป็นอีกครั้งที่ฟุตบอลพิสูจน์ให้เราได้เห็นว่าไม่มีอะไรที่ “เป็นไปไม่ได้” ในโลกลูกหนัง

"จิ้งจอก" ทำได้ก่อนเกมนัดนี้มรสุมถาโถมเข้าใส่ เลสเตอร์ สารพัด การเด้ง รานิเอรี่ ทำให้รอบสนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยมลุกเป็นโชน สาวกหลายคนลงมติแอนตี้เสี่ยวิชัยเรื่อยพาลไปถึง เคร็ก เช็คสเปียร์ บุรุษผู้เข้ามาสานต่อ

แต่ใครจะเชื่อครับว่าให้หลัง 2-3 สัปดาห์ เช็คสเปียร์ จะสยบเสียงวิพากษ์ และ ดับไฟอันมอดไหม้ลงพร้อมกลายร่างเป็นอัศวินขี่ “จิ้งจอก” กอบกู้วิกฤติได้อย่างยิ่งใหญ่

เกมล่าสุดที่คว่ำ เซบีญ่า 2-0 ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงที่โลกนี้ต้องจดจำ เช็คสเปียร์ ก่อนเกมนัดนี้อย่างที่เคยเกริ่นไปเมื่อ 2 วันก่อนว่าด้วยสไตล์บู๊ล้างผลาญทั้งคู่ทำให้เกมนี้น่าจะออกมาในรูปแบบ “ใส่กันแหลก” ชนิดไร้ความปราณี แต่ปรากฏว่า “ผิดคาด” ครับ

ในขณะที่ เซบีญ่า พร้อมเปิดเกมแลกด้วย เลสเตอร์ ผู้สกอร์รวมตามหลังกลับเยือกเย็น และใช้สไตล์ “ล่องูเข้าบ้าน” รับแล้วโต้กลับใส่ขณะที่คู่แข่งเผลอตัว

ประตูของ เวส มอร์แกน ที่ใช้หัวเข่าจิ้มบอลเข้าประตูไป ถือว่ามาได้ถูกจังหวะ ดอกนั้นทำให้แรงใจ “เดอะ ฟ็อกซ์” เพิ่มสูงขึ้นกลับกันทำให้หมากของ ฮอร์เก้ ซามเปาลี ที่เตรียมมาต้องพังทลาย

หลังจากนั้นแข้ง เลสเตอร์ ก็วิ่งกันแบบลืมตาย นักเตะ “สุนัขจิ้งจอก” เพรสซิ่งกันสุดชีวิตจริงๆทั้ง คริสเตียน ฟุคส์ ที่วิ่งขึ้น-วิ่งลงราวกับสุนัขจนตรอกเรื่อยมาถึงหัวหอกอย่าง วาร์ดี้ ที่เข้ากดดันจนเกมรับ เซบีญ่า ก่อความผิดพลาดหลายครั้ง

ถึงจะได้ชื่อว่าจอมเพรสซิ่งต้นตำรับแต่เจอแบบนี้… ซามเปาลี ก็ถึงกับ “ไปไม่เป็น”

จุดโทษที่เซฟได้ของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำให้ เลสเตอร์ ยังอยู่ในเส้นทางและจะว่าไปแล้วเป็น เซบีญ่า เองที่ไม่อาจคุมสถานการณ์และเสียค่าโง่เองด้วย
ใบแดงของ ซามีร์ นาสรี่ ที่เสียไปต้องบอกว่า “ไม่จำเป็น” เลยและยิ่งตอกย้ำให้สถานการณ์ของทีมเลวร้ายกว่าเก่า ส่วน เลสเตอร์ นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่พวกเขาเล่นกันได้ดีที่สุดในซีซั่นนี้

อาจมีพลาดบ้างสำหรับ เจมี่ วาร์ดี้ ที่หากคมกว่านี้อีกหน่อยทีมคงตบเท้าเข้ารอบแบบสบายๆ แต่ “ชนะ” ก็คือ “ชนะ” ท้ายที่สุดมิสชั่นก็ “Complete” จะสกอร์ไหนก็ฉลุยเหมือนกัน

ถึงตรงนี้กับรอบ 8 ทีมสุดท้ายไม่ว่าจะเจอทีมใดก็คงไม่ต่าง แต่เชื่อได้เลยครับว่าการเข้ารอบของพวกเขาทำให้เส้นทาง ชปล. ซีซั่นนี้มีสเน่ห์ขึ้นอีกเป็นกอง…

และผมก็มั่นใจอีกเช่นกันว่าแฟนบอลกว่าหลายล้านคนพร้อมใจที่จะ “เอาใจช่วย” พวกเขา

จากแชมป์ลีกสู่โซนตกชั้น ก่อนจะพลิกกลับมาคว้าแชมป์ UCL หนแรกในประวัติศาสตร์ แค่คิดถึงก็ “ขนลุก” แล้ว

เมื่อจิ้งจอกคืนชีพ?!

 เมื่อจิ้งจอกคืนชีพ?!

ความรู้สึกเห็นใจที่มีต่ออดีตผู้จัดการทีมอย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งเพิ่งถูกขับออกจากตำแหน่งไปไม่นาน ตอนนี้เริ่มถูกลืมเลือนไปแล้วนะครับ

เมื่อทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสโมสร บางคนอาจจะมโนไกลไปถึงถ้วยแชมป์ตามคำทำนายของพระอาจารย์ธงชัยแล้วด้วยซ้ำ

อนาคตที่ดูจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของ เลสเตอร์ นั้น เกิดขึ้นหลังจากการรับตำแหน่งแทนของ เคร็ก เช็คสเปียร์ อดีตผู้ช่วยของรานิเอรี่ นั่นเอง ที่พอคุมทีมแข่ง 3 นัด ก็ชนะมัน 3 เกมรวดเสียอย่างนั้น

ถ้าวิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยา ผู้เล่นในทีมดูเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากความหลับใหล พันธนาการที่แบกอึ้งอยู่ตั้งแต่เปิดฤดูกาลถูกยกออก นักเตะกลับมาโชว์ผลงานอย่างอิสระผ่อนคลาย เล่นฟุตบอลกันด้วยความสนุกสนาน เรียกความมั่นใจจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วกลับมาได้เยอะ พอพวกเขากลับมามีใจ ทีมก็ประสบความสำเร็จอีกครั้ง

เลสเตอร์ นี่เป็นทีมที่ธรรมชาติต้องเล่นด้วยความฮึกเหิมครับ ลองคึกขึ้นมาแล้วทีมไหนก็หยุดลำบาก ลองดูสถิติในฤดูกาลนี้นะครับ 7 เกมที่พวกเขาขึ้นนำคู่ต่อสู้ก่อนในพรีเมียร์ลีก ปรากฏว่าชนะรวดได้ทั้ง 7 นัดนะครับ

หากมองในแง่วิธีการเล่นนั้น เช็คสเปียร์ จัดแจงให้ผู้เล่นเอาบอลกลับมาลงพื้นมากขึ้น เพิ่มสปีดเกมให้เร็ว เพื่อใช้ประโยชน์จากผู้เล่นอย่าง เจมี่ วาร์ดี้, ริยาด มาห์เรซ และ ชินจิ โอกาซากิ แทนที่จะไปพึ่งลูกโด่งและกองหน้าแบบ อิสลาม สลิมานี่

ประกอบกับการเลือก มาร์ค อัลไบรท์ตัน ผู้เล่นที่ถูกลืมจากชุดแชมป์เมื่อปีที่แล้ว ให้กลับมาสร้างสีสันทางริมเส้น ปรากฏว่า อัลไบรท์ตัน สร้างประโยชน์ให้ทีมทั้งการเปิดบอลจากด้านข้าง และการจบสกอร์เองด้วย

หากบุกไปเอาชนะ เวสต์แฮม สัปดาห์นี้ได้ เคร้ก เช็คสเปียร์ จะเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสร ที่เริ่มการคุมทีมแล้วชนะ 3 นัดรวดในลีก

อย่างไรก็ดี ตอนนี้เลสเตอร์ ยังเหมือนทีมที่เพิ่งฟื้นไข้ โอกาสตกชั้นจะว่าปลอดภัยแล้วก็ยังพูดไม่ได้เต็มปากนักหรอกครับ เพราะแข่งไป 27 นัดมี 27 คะแนน ห่างจากโซนตกชั้นแค่ 3 แต้มเท่านั้น อีก 11 นัดที่เหลือต้องทำถึง 13 คะแนน ไม่ง่ายและอาจจะไม่ยาก ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของทุกคนในทีม

ส่วนในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก บริษัทเก็บสถิติของฝรั่งเขาวิเคราะห์ไว้ว่า โอกาสที่เลสเตอร์จะสร้างเทพนิยายฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันนั้นมีแค่ 0.6 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับทีมที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งอย่าง บาร์เซโลน่า นั้นมีโอกาส 32 เปอร์เซ็นต์

สุดท้าย “สุนัขจิ้งจอก” ตัวนี้จะฟื้นจริงหรือฟื้นหลอก คงต้องให้เวลาทำงาน ดูอาการกันอีกสักนิดครับ!

“บาจโจ้” หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ “โค้ชเบ๊” กู้วิกฤติ “ค้างคาวไฟ” ได้

 “บาจโจ้” หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ “โค้ชเบ๊” กู้วิกฤติ “ค้างคาวไฟ” ได้

 "บาจโจ้" หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ "โค้ชเบ๊" กู้วิกฤติ "ค้างคาวไฟ" ได้

ความคืบหน้าของทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่เปลี่ยนตัวเฮดโค้ช ก่อนมีโปรแกรมทำศึก ไทยลีก 2017 นัดที่ 7 ที่จะออกไปเยือน แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ ธรรมศาสตร์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 3 เมษายน 2560

ล่าสุด จอห์น บาจโจ้ แนวรุกตัวจี๊ดของ “ค้างคาวไฟ” เปิดเผยว่า แม้ว่าทีมของเราจะเก็บชัยชนะได้ เพียงนัดเดียวและแพ้ไป 5 เกมแล้ว แต่พวกเรายังไม่หมดกำลังใจ เรายังมุ่งมั่นพาทีมให้พ้นจากโซนอันตราย และกลับมาอยู่ในเส้นทางของเราตามเดิมเหมือนที่เราเคยทำได้ในปีที่แล้ว ตนได้คุยกับ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เฮดโค้ชคนใหม่ของเราแล้ว คิดว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ดี

“เขาเป็นโค้ชที่ดี มีประสบการณ์ในไทยลีกสูง น่าจะช่วยมายกระดับทีมเราให้กลับสู่รูปแบบการเล่นที่ดีอีกครั้ง ส่วนฟอร์มการเล่นของผม ที่หลายคนบอกว่า คู่ต่อสู้เริ่มจับทางผมได้ ผมไม่นิ่งนอนใจจะหาทางพัฒนาการเล่นของตัวเองให้หลากหลายขึ้น เพื่อช่วยเกมรุกของทีมให้ดุดันกว่านี้ แต่ผมยังบอกไม่ได้ว่าจะยิงได้เยอะเหมือนปีที่แล้วได้หรือไม่ แต่หวังว่าเมื่อผมทำงานหนักผลที่ออกมาก็น่าจะดีกว่าปีก่อนแน่นอน” มิดฟิลด์ร่างเล็กกล่าว

กระหึ่มโลก! “ศรีสะเกษ” ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ “โรมัน กอนซาเลซ” หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้าน

 กระหึ่มโลก! “ศรีสะเกษ” ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ “โรมัน กอนซาเลซ” หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้าน

 กระหึ่มโลก! "ศรีสะเกษ" ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ "โรมัน กอนซาเลซ" หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้านการแข่งขันชกมวยรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ของสภามวยโลก หรือ WBC ที่เวทีเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก โรมัน กอนซาเลซ ชาวนิการากัว วัย 29 ปี สถิติชนะรวด 46 ไฟต์ พบกับผู้ท้าชิง อดีตแชมป์โลกชาวไทย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น วัย 30 ปี

ยกแรกทั้งสองเดินแลกหมัดกันทันที ก่อนช่วงท้ายยก ศรีสะเกษ ส่งหมัดขวาเข้าเต็มๆสีข้าง ส่งแชมป์โลกลงไปนั่งกับพื้นให้กรรมการนับ 8

เกมดำเนินมาถึงยก 3 โรมัน กอนซาเลซ มีบาดแผลแตกบริเวณหางคิ้วขวา แต่ยังกัดฟันเดินแลกหมัดกับศรีสะเกษอย่างดุเดือด

ศรีสะเกษโดนกรรมการชี้ขาดบนเวทีตัด 1 คะแนน เนื่องจากมองว่าใช้ศรีษะกระแทกแชมป์โลก

ช่วงยก 7-9 ทั้งสองยังแลกหมัดกันดุเดือดเหมือนเดิม เป็นโรมันที่ออกหมัดเยอะกว่า หวังปิดเกมให้ได้โดยเร็ว

ยก 10-12 ยังสมศักดิ์ศรีมวยคู่สุดมันส์ แต่ทั้งคู่ยังสวมหัวใจสิงห์ยืนจบครบ 12 ยกได้

ผลคะแนนจากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ให้เสมอกัน 113-113 คะแนน 1 ท่าน ส่วนอีก 2 ท่านให้ศรีสะเกษชนะ 114-112 ทำให้ “เจ้าแหลม” หิ้วเข็มขัดแชมป์โลกกลับบ้านได้สำเร็จ

มาต้าฮีโร่! “ปีศาจแดง” เปิดถิ่นเฉือน “รอสตอฟ” 1-0 ลิ่ว 8 ทีม

มาต้าฮีโร่! "ปีศาจแดง" เปิดถิ่นเฉือน "รอสตอฟ" 1-0 ลิ่ว 8 ทีม

ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง
วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560
แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1-0 รอสตอฟ (รัสเซีย)
(รวมสองนัด แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เริ่มเกม 5 นาที เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเลย ดาเล่ย์ บลินด์ เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าไปให้ มาร์กอส โรโฮ โหม่งโล่งๆ จากระยะ 7 หลาติดเซฟ นิกิต้า เมดเวเดฟ มาเข้าทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซ้ำมุมแคบฝั่งขวาชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 16 “ปีศาจแดง” พลาดโอกาสอีกครั้ง ฆวน มาต้า จ่ายให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทะลุไปแตะบอลหนี นิกิต้า เมดเวเดฟ เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแต่แรงไปเลยต้องตามไปถึงสุดเส้นหลังเลือกยิงเองด้วยซ้ายมุมแคบติดปลายมือ เมดเวเดฟ ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 30 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสทองอีกหน ฆวน มาต้า จ่ายขึ้นหน้าให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน หลุดเข้าเขตโทษไปกระดกผ่านมือ นิกิต้า เมดเวเดฟ ไปแล้วแต่ก็หลุดเสาซ้ายมือออกหลังไป จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 54 รอสตอฟ ทีมเยือนเกือบได้ประตู ซาร์ดาร์ อัซมูน ลากจากขวาตัดเข้ากลาง ก่อนสับไกด้วยซ้ายหน้าเขตโทษโค้งไปทางเสาไกลแต่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ทุบออกหลังไปได้

หลังพยายามอยู่นาน นาทีที่ 70 แฟนๆปีศาจแดงได้เฮลั่น เฮนริค มคิทาร์ยาน หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดไปหน้าประตู ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตอกส้นต่อให้ ฆวน มาต้า วิ่งซัดจ่อๆไม่เหลือ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0

นาทีที่ 79 รอสตอฟ เกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ อเล็คซานดาร์ บูคารอฟ ตัวสำรอง โหม่งสะบัดไปติดมือ เซร์คิโอ โรเมโร่ ปัดออกหลังหวุดหวิด

จบเกม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเชือด รอสตอฟ 1-0 รวมผลสองนัด ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 2-1

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-3) : เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดร์ เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา, ดาเล่ย์ บลินด์, ฆวน มาต้า, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เฮนริค มคิทาร์ยาน
รอสตอฟ (5-3-2) : นิกิต้า เมดเวเดฟ, โคเรน บายราเมียน, มิฮา เมฟเลีย, เซซาร์ นาบาส, เฟดอร์ คูเดรียชอฟ, เดนิส เทเรนท์เยฟ, คริสเตียน โนบัว, อันเดร เปรเปลิต้า, ดิมิทรี โปลอซ, อเล็กซานเดอร์ บูคารอฟ
ผู้ตัดสิน : เกดิมินาส มาเซกา (ลิทัวเนีย)

“ช้างศึก U19” ทำได้! หลังเฉือน “ฮ่องกง” 2-1 คว้าแชมป์ Jockey Club

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี คว้าแชมป์สี่เส้าฮ่องกง หลังเฉือนชนะเจ้าภาพในเกมสุดท้าย

"ช้างศึก U19" ทำได้! หลังเฉือน "ฮ่องกง" 2-1 คว้าแชมป์ Jockey Club

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง ที่สนาม Po-Kong Village Road 2 การแข่งขันฟุตบอล Jockey Club International Youth Tournament 2017 นัดสุดท้าย ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พบกับ ทีมชาติฮ่องกง

เริ่มเกมมาแค่สิบนาทีเป็นฮ่องกงที่มาได้ประตูออกนำก่อน จากจังหวะที่บอลขลุกขลิกในเขตโทษและเป็น ยัต ยึง เอธาน ที่โหม่งเข้าไปให้เจ้าภาพนำก่อน 1-0

แต่นาทีที่ 23 ไทยก็มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ สกุลชัย แสงโทโพธิ์ ยกบอลให้ศิรยุทธ กระจายศรี หลุดเดี่ยวไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูฮ่องกงเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

นาที 66 ทีมชาติไทยมาได้ประตูประตูชัยจากจังหวะที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา เปิดฟรีคิกให้สัมพันธ์ เกศรี โหม่งเข้าประตูไปให้ ทีมชาติไทย U19 ชนะ ฮ่องกง 2-1

ส่วนผลอีกคู่ สิงคโปร์ เสมอกับ ไต้หวัน 1-1 ทำให้ทีมชาติไทยมี 6 คะแนนทีมเดียว คว้าแชมป์ Jockey Club International Youth Tournament 2017 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มาครองได้สำเร็จ พร้อมกันนี้ เอกนิษฐ์ ปัญญา ยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปครอง