สลดใจ ! พ่อจะไปแจกการ์ดงานบวชลูกชายก่อนชนประสานงากระบะ คนงานตาย 3 สาหัส 3

พ่อขับรถกระบะพร้อมครอบครัวจะไปแจกการ์ดงานบวชลูกชาย ก่อนประสบอุบัติเหตุชนประสานงากับรถกระบะคนงานก่อสร้าง ส่งผลเสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย

สลดใจ ! พ่อจะไปแจกการ์ดงานบวชลูกชายก่อนชนประสานงากระบะ คนงานตาย 3 สาหัส 3

วันที่ 16 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุบัติเหตุน่าสลดใจครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค หลักกิโลเมตรที่ 92-93 บริเวณหมู่ 5 บ้านพุไม้แดง ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค ที่เกิดเหตุบริเวณข้างทางฝั่งขาเข้าเมือง พบรถยนต์กระบะโตโยต้า ไมท์ตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน พ-2072 กาญจนบุรี ชนประสานงากับรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 2233 กาญจนบุรี จนพังยับเยินทั้งสองคัน

นอกจากนี้ ยังพบศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 2 ราย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายมานพ อายุ 49 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณที่นั่งคนขับของรถยนต์กระบะ โตโยต้า ไมท์ตี้เอ็กซ์ และ นายเซ็ง อู สัญชาติมอญ เสียชีวิตอยู่บนพื้นถนนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลไทรโยค ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา อีกหนึ่งคนทราบชื่อคือ นายเม่น สัญชาติมอญ อายุ 30 ปี

ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย คือ นายสันติ อายุ 31 ปี นางอุบลวรรณา อายุ 44 ปี และนางสด อายุ 69 ปี แพทย์กำลังช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถ

สอบถามลูกชายของนายมานพผู้เสียชีวิต ซึ่งได้ตามมาดูศพของพ่อในที่เกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายมานพซึ่งเป็นพ่อของตนพร้อมด้วยครอบครัว ได้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุมุ่งหน้าจากอำเภอไทรโยค เข้าตัวอำเภอเมืองกาญจนบุรี เพื่อที่จะไปแจกการ์ดงานบวชของตนให้กับบรรดาญาติๆ และคนรู้จัก ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรโยค กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า นายมานพขับรถมาพร้อมกับนางอุบลวรรณาและนางสด เพื่อจะไปแจกการ์ดงานบวชของลูกชาย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชนประสานงากับรถยนต์กระบะของบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่มีนายสันติเป็นคนขับมาพร้อมกับแรงงานต่างด้าวชาวมอญสองคนคือนายเซ็ง อู และนายเม่น

ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะมีรถที่แซงข้ามเลนมาแต่ไม่พ้น จึงชนเข้ากับรถอีกคันที่แล่นสวนมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะต้องรอสอบปากคำผู้รอดชีวิตพร้อมสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

“บาจโจ้” หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ “โค้ชเบ๊” กู้วิกฤติ “ค้างคาวไฟ” ได้

 “บาจโจ้” หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ “โค้ชเบ๊” กู้วิกฤติ “ค้างคาวไฟ” ได้

 "บาจโจ้" หวังฟอร์มกลับมาอีกครั้ง, มั่นใจ "โค้ชเบ๊" กู้วิกฤติ "ค้างคาวไฟ" ได้

ความคืบหน้าของทัพ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่เปลี่ยนตัวเฮดโค้ช ก่อนมีโปรแกรมทำศึก ไทยลีก 2017 นัดที่ 7 ที่จะออกไปเยือน แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ ธรรมศาสตร์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 3 เมษายน 2560

ล่าสุด จอห์น บาจโจ้ แนวรุกตัวจี๊ดของ “ค้างคาวไฟ” เปิดเผยว่า แม้ว่าทีมของเราจะเก็บชัยชนะได้ เพียงนัดเดียวและแพ้ไป 5 เกมแล้ว แต่พวกเรายังไม่หมดกำลังใจ เรายังมุ่งมั่นพาทีมให้พ้นจากโซนอันตราย และกลับมาอยู่ในเส้นทางของเราตามเดิมเหมือนที่เราเคยทำได้ในปีที่แล้ว ตนได้คุยกับ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เฮดโค้ชคนใหม่ของเราแล้ว คิดว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ดี

“เขาเป็นโค้ชที่ดี มีประสบการณ์ในไทยลีกสูง น่าจะช่วยมายกระดับทีมเราให้กลับสู่รูปแบบการเล่นที่ดีอีกครั้ง ส่วนฟอร์มการเล่นของผม ที่หลายคนบอกว่า คู่ต่อสู้เริ่มจับทางผมได้ ผมไม่นิ่งนอนใจจะหาทางพัฒนาการเล่นของตัวเองให้หลากหลายขึ้น เพื่อช่วยเกมรุกของทีมให้ดุดันกว่านี้ แต่ผมยังบอกไม่ได้ว่าจะยิงได้เยอะเหมือนปีที่แล้วได้หรือไม่ แต่หวังว่าเมื่อผมทำงานหนักผลที่ออกมาก็น่าจะดีกว่าปีก่อนแน่นอน” มิดฟิลด์ร่างเล็กกล่าว

กระหึ่มโลก! “ศรีสะเกษ” ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ “โรมัน กอนซาเลซ” หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้าน

 กระหึ่มโลก! “ศรีสะเกษ” ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ “โรมัน กอนซาเลซ” หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้าน

 กระหึ่มโลก! "ศรีสะเกษ" ยัดเยียดปราชัยครั้งแรกให้ "โรมัน กอนซาเลซ" หิ้วเข็มขัด WBC กลับบ้านการแข่งขันชกมวยรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ ของสภามวยโลก หรือ WBC ที่เวทีเมดิสัน สแควร์ การ์เด้น รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก โรมัน กอนซาเลซ ชาวนิการากัว วัย 29 ปี สถิติชนะรวด 46 ไฟต์ พบกับผู้ท้าชิง อดีตแชมป์โลกชาวไทย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น วัย 30 ปี

ยกแรกทั้งสองเดินแลกหมัดกันทันที ก่อนช่วงท้ายยก ศรีสะเกษ ส่งหมัดขวาเข้าเต็มๆสีข้าง ส่งแชมป์โลกลงไปนั่งกับพื้นให้กรรมการนับ 8

เกมดำเนินมาถึงยก 3 โรมัน กอนซาเลซ มีบาดแผลแตกบริเวณหางคิ้วขวา แต่ยังกัดฟันเดินแลกหมัดกับศรีสะเกษอย่างดุเดือด

ศรีสะเกษโดนกรรมการชี้ขาดบนเวทีตัด 1 คะแนน เนื่องจากมองว่าใช้ศรีษะกระแทกแชมป์โลก

ช่วงยก 7-9 ทั้งสองยังแลกหมัดกันดุเดือดเหมือนเดิม เป็นโรมันที่ออกหมัดเยอะกว่า หวังปิดเกมให้ได้โดยเร็ว

ยก 10-12 ยังสมศักดิ์ศรีมวยคู่สุดมันส์ แต่ทั้งคู่ยังสวมหัวใจสิงห์ยืนจบครบ 12 ยกได้

ผลคะแนนจากกรรมการทั้ง 3 ท่าน ให้เสมอกัน 113-113 คะแนน 1 ท่าน ส่วนอีก 2 ท่านให้ศรีสะเกษชนะ 114-112 ทำให้ “เจ้าแหลม” หิ้วเข็มขัดแชมป์โลกกลับบ้านได้สำเร็จ

สาวใหญ่ฆ่าโหดทอม อ้างป้องกันตัว ถูกตามปล้ำถึงในห้องนอน

สาวใหญ่ฆ่าโหดทอม อ้างป้องกันตัว ถูกตามปล้ำถึงในห้องนอน

เมื่อเวลา 18.00 น. (13 มี.ค.) พ.ต.ท.มนูญ เจริญศรี สว.เวร สภ.สำนักทอง ระยอง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆาตกรรมภายในบ้านพักกลางสวนยางพารา ม.4 ต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วยกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านกำลังยืนมุงกันอยู่ที่บ้านพักปูนชั้นเดียวประตูคล้องโซ่ล็อกด้วยกุญแจ เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้คีมตัดโซ่ออกและเปิดประตูเข้าไปด้านในทันทีและถึงกับผงะกับภาพที่เห็น เป็นศพผู้หญิงนอนจมกองเลือดอยู่พื้นห้อง สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสามส่วนสีน้ำเงิน สภาพศพนอนหงาย

ตรวจสอบพบบาดแผลที่คอหวิดขาดและหน้าผากและข้อมือขวาเกือบขาดเลือดท่วมเต็มตัว ข้างศพพบมีดเปื้อนเลือดตกอยู่คาดเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะนำศพส่งไปตรวจสอบต่อที่รพ.ระยอง

จากการสอบถามนายอนันต์ วงศ์อินทร์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ น.ส.อำพัน อายุ 55 ปี บ้านเดิมอยู่จ.หนองบัวลำภู เป็นสาวทอม ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นางสมศรี อายุ 49 ปี หลังก่อเหตุได้หนีออกจากที่เกิดเหตุไปนั่งหลังเสาสัญญาณโทรศัพท์ หน้าอนามัยจันดี ห่างจากที่เกิดเหตประมาณ 500 เมตร ต่อมาตำรวจสามารถจับตัวไว้ได้ โดยที่มือและเสื้อผ้าเปื้อนเลือดไปทั่วตัว

จากการสอบสวน น.ส.สมศรี ผู้ต้องหา ให้การว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตายเอง โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังอยู่หน้าบ้านกำลังมีอาการเมาหลังจากนั่งดื่มอยู่ด้วยกัน จู่ๆหลังจากที่ตนเองได้เข้ามานอนภายในห้องนอน แต่ผู้ตายได้เดินเข้ามาในห้องและบอกว่าจะขอนอนด้วย พร้อมทั้งจะเข้ากอดลวนลาม

ตนเองจึงบอกว่ามีสามีแล้วทำอย่างนั้นไม่ได้ และบอกว่าผู้ตายเองก็มีแฟนสาวอยู่แล้ว แต่ผู้ตายไม่ยอมพยายามข่มขืน ตนเองจึงผลักออก แต่สู้แรงไม่ได้ล้มลงและเจอกับมีดทำครัวที่วางอยู่จึงบอกว่าให้หยุดไม่หยุดจะฟัน แต่ผู้ตายไม่ยอมด้วยความกลัวจึงใช้มีดฟันไปหลายครั้งจนแน่นิ่งไป จึงรีบวิ่งออกจากห้องและล็อคประตูไว้ เพราะกลัวความผิดจนกระทั่งมาถูกจับตัวได้ ยอมรับทำไปเพื่อป้องกันตัว

เบื้องต้น ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รถไฟซิ่งฝ่าหิมะไม่เกรงใจคนยืนรอ คล้ายฉากในหนังหายนะ

ภาพน่าตื่นตาและหวาดเกรงไปตามๆ กัน ระหว่างรถไฟขบวนหนึ่ง แล่นผ่านชานชาลาด้วยความเร็ว ทำให้ชนหิมะแตกกระจุยใส่ผู้คนที่ยืนอยู่ กลายเป็นคลิปไวรัลที่คนวิจารณ์ทั่วโลก

รถไฟซิ่งฝ่าหิมะไม่เกรงใจคนยืนรอ คล้ายฉากในหนังหายนะสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลิปเหตุการณ์ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ ขบวนรถไฟโดยสารที่กำลังจะแล่นผ่านชานชาลา แต่ต้องลุยรางรถไฟที่เต็มไปด้วยหิมะความหนาหลายนิ้ว ทำให้หิมะแตกกระจายพุ่งใส่ผู้คนที่ยืนรอรถไฟอยู่ จนหลายคนมองว่าเหมือนกับฉากในหนังหายนะเรื่องหนึ่ง

เขาได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ขณะที่ขบวนรถไฟกำลังแล่นผ่านชานชาลา โดยใช้โหมดสโลว-โมชั่นบนมือถือถ่ายภาพเอาไว้ กลายเป็นภาพหิมะแตกกระจาย เพราะแรงกระแทกของรถไฟโดยสาร ก่อนจะพุ่งใส่ผู้คนที่ยืนอยู่ตรงชานชาลา ซึ่งส่วนใหญ่หลบเลี่ยงการกระแทกของหิมะไม่ทัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสถานีรถไฟไรน์คลิฟฟ์ รัฐนิวยอร์ก ขณะที่ขบวนรถไฟอัมแทรคแล่นผ่าน เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา โดยพื้นที่ดังกล่าวเพิ่งเผชิญหน้ากับพายุฤดูหนาวสเตล่าพัดถล่มตลอดทั้งคืนนั้น ทำให้มีหิมะตกสะสมหนาหลายนิ้ว รวมทั้งพื้นที่ชานชาลารถไฟแห่งนี้ด้วย ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่จากคลิปภาพที่ปรากฏออกมา ทำให้เห็นว่าน่าจะผู้คนเกิดอาการช้ำเล็กน้อย เพราะโดนก้อนหิมะอัดกระแทกใส่ บางคนถึงมีอาการเสียการทรงตัวอย่างเห็นชัด ขณะที่โลกโซเชียลต่างวิจารณ์ไปต่างๆ นานา บ้างก็มองว่าเป็นคลิปที่ขบขันดี บ้างก็เห็นเหมือนเป็นฉากหนึ่งในหนังหายนะ

อย่างไรก็ตาม ยังมีการแสดงความคิดเห็นอีกบางส่วนที่ตำหนิการใช้ความเร็วของขบวนรถไฟ ที่ใช้ความเร็วมากเกินไปตอนที่กำลังจะผ่านชานชาลาที่มีผู้โดยสารยืนรออยู่จำนวนหนึ่ง ทำให้กลายเป็นภาพดังกล่าว นับว่าโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิตในครั้งนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าพนักงานขับรถไฟก็มีความประมาทเช่นเดียวกัน

มาต้าฮีโร่! “ปีศาจแดง” เปิดถิ่นเฉือน “รอสตอฟ” 1-0 ลิ่ว 8 ทีม

มาต้าฮีโร่! "ปีศาจแดง" เปิดถิ่นเฉือน "รอสตอฟ" 1-0 ลิ่ว 8 ทีม

ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง
วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560
แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1-0 รอสตอฟ (รัสเซีย)
(รวมสองนัด แมนฯ ยูไนเต็ด เข้ารอบด้วยประตูรวม 2-1)
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เริ่มเกม 5 นาที เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนเลย ดาเล่ย์ บลินด์ เปิดเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าไปให้ มาร์กอส โรโฮ โหม่งโล่งๆ จากระยะ 7 หลาติดเซฟ นิกิต้า เมดเวเดฟ มาเข้าทาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซ้ำมุมแคบฝั่งขวาชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 16 “ปีศาจแดง” พลาดโอกาสอีกครั้ง ฆวน มาต้า จ่ายให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทะลุไปแตะบอลหนี นิกิต้า เมดเวเดฟ เข้าเขตโทษฝั่งซ้ายแต่แรงไปเลยต้องตามไปถึงสุดเส้นหลังเลือกยิงเองด้วยซ้ายมุมแคบติดปลายมือ เมดเวเดฟ ข้ามคานออกไป

นาทีที่ 30 แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสทองอีกหน ฆวน มาต้า จ่ายขึ้นหน้าให้ เฮนริค มคิทาร์ยาน หลุดเข้าเขตโทษไปกระดกผ่านมือ นิกิต้า เมดเวเดฟ ไปแล้วแต่ก็หลุดเสาซ้ายมือออกหลังไป จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 54 รอสตอฟ ทีมเยือนเกือบได้ประตู ซาร์ดาร์ อัซมูน ลากจากขวาตัดเข้ากลาง ก่อนสับไกด้วยซ้ายหน้าเขตโทษโค้งไปทางเสาไกลแต่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ทุบออกหลังไปได้

หลังพยายามอยู่นาน นาทีที่ 70 แฟนๆปีศาจแดงได้เฮลั่น เฮนริค มคิทาร์ยาน หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดไปหน้าประตู ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตอกส้นต่อให้ ฆวน มาต้า วิ่งซัดจ่อๆไม่เหลือ แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0

นาทีที่ 79 รอสตอฟ เกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ อเล็คซานดาร์ บูคารอฟ ตัวสำรอง โหม่งสะบัดไปติดมือ เซร์คิโอ โรเมโร่ ปัดออกหลังหวุดหวิด

จบเกม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเชือด รอสตอฟ 1-0 รวมผลสองนัด ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 2-1

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-3) : เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริก ไบยี่, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดร์ เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา, ดาเล่ย์ บลินด์, ฆวน มาต้า, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เฮนริค มคิทาร์ยาน
รอสตอฟ (5-3-2) : นิกิต้า เมดเวเดฟ, โคเรน บายราเมียน, มิฮา เมฟเลีย, เซซาร์ นาบาส, เฟดอร์ คูเดรียชอฟ, เดนิส เทเรนท์เยฟ, คริสเตียน โนบัว, อันเดร เปรเปลิต้า, ดิมิทรี โปลอซ, อเล็กซานเดอร์ บูคารอฟ
ผู้ตัดสิน : เกดิมินาส มาเซกา (ลิทัวเนีย)

“ช้างศึก U19” ทำได้! หลังเฉือน “ฮ่องกง” 2-1 คว้าแชมป์ Jockey Club

ฟุตบอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี คว้าแชมป์สี่เส้าฮ่องกง หลังเฉือนชนะเจ้าภาพในเกมสุดท้าย

"ช้างศึก U19" ทำได้! หลังเฉือน "ฮ่องกง" 2-1 คว้าแชมป์ Jockey Club

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง ที่สนาม Po-Kong Village Road 2 การแข่งขันฟุตบอล Jockey Club International Youth Tournament 2017 นัดสุดท้าย ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พบกับ ทีมชาติฮ่องกง

เริ่มเกมมาแค่สิบนาทีเป็นฮ่องกงที่มาได้ประตูออกนำก่อน จากจังหวะที่บอลขลุกขลิกในเขตโทษและเป็น ยัต ยึง เอธาน ที่โหม่งเข้าไปให้เจ้าภาพนำก่อน 1-0

แต่นาทีที่ 23 ไทยก็มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ สกุลชัย แสงโทโพธิ์ ยกบอลให้ศิรยุทธ กระจายศรี หลุดเดี่ยวไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูฮ่องกงเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

นาที 66 ทีมชาติไทยมาได้ประตูประตูชัยจากจังหวะที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา เปิดฟรีคิกให้สัมพันธ์ เกศรี โหม่งเข้าประตูไปให้ ทีมชาติไทย U19 ชนะ ฮ่องกง 2-1

ส่วนผลอีกคู่ สิงคโปร์ เสมอกับ ไต้หวัน 1-1 ทำให้ทีมชาติไทยมี 6 คะแนนทีมเดียว คว้าแชมป์ Jockey Club International Youth Tournament 2017 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี มาครองได้สำเร็จ พร้อมกันนี้ เอกนิษฐ์ ปัญญา ยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปครอง

เจ้าอาวาสเป็นลมล้มตึง 3 รอบ ถูกจับซื้อบริการเด็กชาย

เจ้าอาวาสเป็นลมล้มตึง 3 รอบ ถูกจับซื้อบริการเด็กชาย

เจ้าอาวาสเป็นลมล้มตึง 3 รอบ ถูกจับซื้อบริการเด็กชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วรพงศ์ คำลือ ผกก.สส.3 บก.สส.ภาค 5 พร้อมชุดสืบสวนภาค 5 นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.97/2560 ลงวันที่ 15 ก.พ.60 บุกเข้าจับกุมตัว พระสุนทร อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่ เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร เป็นธุระจัดหาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อสนองความไคร่ของผู้อื่นโดยเด็ดนั้นยินยอม”

โดยบุกเข้าจับกุมตัวที่วัดแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางชุดปราบปรามการค้าประเวณีเด็กและสตรี ตำรวจภูธรภาค 5 และ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ช่วยเหลือเด็กชายอายุ 14 ปี ออกจากมือของพ่อเล้าที่นำเด็กชายไปเร่ขายบริการทางเพศ ให้แก่กลุ่มรักร่วมเพศที่ชอบเด็ก โดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำเด็กมาดูแลปรับสภาพจิตใจและช่วยเหลือ ก่อนที่จะมีการชักถอดว่าเคยมาค้าประเวณีให้แก่พระสุนทร เจ้าอาวาสวัด และพระเคยแนะนำเด็กคนนี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไปอีก

หลังกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ได้เสนอศาลออกหมายจับพระสุนทร และบุกเข้าจับกุมตัวในวันนี้ ก่อนนำตัวส่งให้พระสุทัศน์ ปญญาธโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกำแพงงาม พระวินยาธิการสงฆ์อำเภอหางดง ทำการสึกออกจากผ้าเหลืองและควบคุมตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นนายสุนทร ให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา และขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเข้าจับกุมครั้งนี้ พระสุนทรได้ตกใจจนเป็นลมล้มพับถึง 3 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหามไปคอยปฐมพยาบาล ก่อนที่อาการจะดีขึ้นและนำตัวไปลาสิกขาบทและคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ลุงอายุ 57 ถูกสุนัขร็อตไวเลอร์ 3 ตัวรุมกัด สู้ไม่ไหวดับสยอง

หนุ่มใหญ่วัย 57 ปี ออกดักจับหนูนากลางทุ่ง โชคร้ายถูกสุนัขร็อตไวเลอร์ 3 ตัว รุมกัดตายอยู่ในสภาพเปลือย เจ้าของสุนัขควักเงินจ่ายค่าทำศพ 3 หมื่นบาท

 ลุงอายุ 57 ถูกสุนัขร็อตไวเลอร์ 3 ตัวรุมกัด สู้ไม่ไหวดับสยองเมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.อ.กังวาน โคตตะวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตอยู่ในทุ่งนาใกล้สวนยางพาราบ้านใหม่พัฒนา หมู่ 4 ต.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ. วินัย มหาผลศิริกุล ผกก.พ.ต.ท.จิตเกษม แก้วท่าไม้ รอง ผกก.(สอบสวน) แพทย์เวร รพ.ศรีวิไลและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไล

ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมหวัง ทองตัน อายุ 57 ปี สภาพศพเปลือยกายนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในทุ่งนาติดชายป่า มีบาดแผลถูกรอยคมเขี้ยวของสัตว์ขนาดใหญ่กัดเป็นแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกายจนเลือดแห้งกรัง ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าพบร่องรอยการต่อสู้จนหญ้าแหลกดินกระจุยเป็นบริเวณกว้าง มีรอยเท้าสัตว์หลายตัวเดินย่ำไปมา

นอกจากนี้ยังพบมีดปลายแหลมเปื้อนเลือดตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างออกไป 27 เมตรพบเสื้อและกางเกงของผู้ตายถูกกัดจนขาดรุ่งริ่งเป็นที่น่าอนาถใจแก่ผู้พบเห็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ใกล้ที่เกิดเหตุพบสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์สีดำ 3 ตัว เป็นเพศเมีย 1 ตัวและเพศผู้ 2 ตัว เดินวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ ที่แก้มขวาสุนัขตัวหนึ่งมีรอยถูกคมมีดกรีดเป็นแผลยาว เชื่อว่าจะถูกคมมีดของผู้ตายขณะต่อสู้เอาตัวรอด เบื้องต้นทราบว่าสุนัขทั้ง 3 ตัวเป็นของร้านโพธิ์ทองรับซื้อของเก่าที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก

สอบสวนทราบว่าก่อนพบกลายเป็นศพนายสมหวังได้ออกจากบ้านเพื่อไปเก็บบ่วงที่ทำเอาไว้ตามชายป่าเพื่อดักหนูนา ระหว่างเดินดูบ่วงคงเป็นจังหวะที่สุนัขแม่ลูก 3 ตัวที่หลุดจากกรงออกมาหากินพอดี จึงเกิดการประจันหน้ากันระหว่างคนกับสุนัขพันธุ์ดุที่สุด ขณะยังไม่ตั้งหลักจึงถูกสุนัขกระโจนจู่โจมเข้าขย้ำทั้ง 3 ตัวพร้อมกัน กัดกระชากเสื้อกางเกงของผู้ตายจนขาดแล้วฝังคมเขี้ยวไปทั่วร่างกาย ส่วนผู้ตายก็ชักมีดปลายแหลมออกมาต่อสู้แต่เนื่องจากสุนัขมีหลายตัวและไม่มีโอกาสได้ร้องขอความช่วยเหลือ จึงถูกรุมขย้ำกัดเป็นแผลเหวอะหวะทั่วร่างกาย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายสยองดังกล่าว

เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาใครเป็นผู้ประมาท เนื่องจากอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ประกอบกับมีคนงานดูแลสุนัขหลายคน ล่าสุดนางประไพ โพธิราช อายุ 72 ปี เจ้าของสุนัขได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความรับผิดชอบโดยได้ควักเงินจ่ายค่าทำศพเบื้องต้นแล้ว 30,000 บาท ซึ่งจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เป็นกำลังใจให้ “น้องเมย์ รัชนก” ต่อไป

เป็นกำลังใจให้ "น้องเมย์ รัชนก" ต่อไป

สัปดาห์ที่แล้วนอกจากเรื่องของฟุตบอลต่างประเทศที่ต้องติดตามแล้ว ยังมี “แบตมินตัน” รายการใหญ่อย่าง “ออล อิงแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ” ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษซึ่งมีนักแบตมินตันไทยเข้าร่วมการแข่งขัน

ไม่ว่าจะประเภท “ชายเดี่ยว” ที่เจ้าสอง “ทนงศักดิ์ แสนสมบูรณ์สุข” สามารถปราบนักเทนนิสดีกรีอันดับ 3 ของโลกอย่าง “เฉิน หลง” ได้ในรอบ 16 คนสุดท้าย เพราะที่ผ่านมา 11 ครั้งในการเจอกันเจ้าสองแพ้รวดจึงเป็นการปลดล็อกเอาชนะนักแบตมินตันที่ว่าเป็นรองเพียง “ลี ชอง เว่ย” จากมาเลเซียแชมป์รายการนี้ กับ “หลิน ตัน” จากจีน แม้ว่าจะไปพลาดท่าแพ้ “ซู เทียน เฉิน” จากไต้หวันในรอบ 8 คนสุดท้าย

ขณะที่ประเภท “หญิงเดี่ยว” น้องเมย์ “รัชนก อินทนนท์” นักแบตมินตันของไทยก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้สุดยอดสามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้แถมยังล้ม “คาโรลิน่า มาริน” คู่ปรับสำคัญจากสเปนได้อีกด้วย หลังจากก่อนหน้านี้เจอปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเรื่องของสภาพร่างกายและสภาพจิตใจมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ถ้าจำกันได้ก่อนที่ฟอร์ม “น้องเมย์ รัชนก” จะหลุดไปดื้อๆจากอาการบาดเจ็บ หลังจากเจ้าตัวสามารถคว้า 3 แชมป์ระดับซุปเปอร์ซีรีย์ติดที่ “อินเดีย” “มาเลเซีย” และ “สิงค์โปร์” เมื่อปีที่แล้วในช่วงเดือนเมษายนและจากคะแนนสะสมในช่วงนั้นยังกลายเป็นนักแบตมินตันไทยคนแรกที่ขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลก

อย่างไรก็ตามพอมา “โอลิมปิก ที่บราซิล” ช่วงกลางปีก็เจ้าฤทธิ์อาการบาดเจ็บจนต้องตกรอบอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องถอนตัวในรายการอื่นๆหลังจากนั้นและยังต้องไปรักษาทั้งข้อมือและขา

แน่นอนว่าช่วงนั้น น้องเมย์ เจอความกดดันมหาศาลจาก “คนไทย” ด้วยกันเอง ไม่ว่าจะสื่อมวลชนหรือแฟนกีฬาแบตมินตัน จนทางสมาคมแบตมินตันแห่งประเทศไทยและต้นสังกัดของน้องเมย์ “บ้านทองหยอด” ต้องคอยประคบประหงมตัวน้องทั้งร่างกายที่บาดเจ็บและสภาพจิตใจที่เจอผลกระทบจากความกดดัน

ส่วนตัวติดตามข่าวตคราวและเรื่องของ “น้องเมย์” มาตลอดจึงทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกันว่าจะเจ้าตัวจะใช้เวลานานมากน้อยแค่ไหนในการกลับมาอีกครั้ง เพราะเป้าหมายของเจ้าตัวในการเล่นแบตมินตัน สามารถประสบความสำเร็จในการเป็น “แชมป์โลก” กับ “มือ 1 ของโลก” ขาดเพียงแค่ “เหรียญทองโอลิมปิก” เพียงอย่างเดียวซึ่งถึงตรงนี้ต้องรออีก 3 ปีที่ “โตเกียว” ในปี 2020 (โอลิมปิก แข่ง 4 ปีหน)

สำหรับน้องเมย์ สามารถทะลุผ่านเข้าชิงชนะเลิศ “ออลอิงแลนด์” เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัว (เคยเข้าชิงในปี 2013 แต่แพ้ “ทิเน่ บัวร์” จากเดนมาร์ก) น่าเสียดายที่ไปเจอ “ไท่ ซื่อ หยิง” จากไต้หวันที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มพีคพอดีในฐานะมือ 1 ของโลกคนปัจจุบันแพ้ไป 1-2 เกม (16-21,20-22) ทั้งๆที่คู่นี้เจอกันผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด โดยก่อนเกมนี้ น้องเมย์ชนะ 7 ครั้ง “ไท่ ซื่อ หยิง” ชนะ 6 ครั้ง

มาถึงตรงนี้ “น้องเมย์” ของคนไทยทุกคนคงไม่ใช่ “ดาวรุ่ง” ที่เรารู้จักต่อไปแล้ว เพราะมองว่าเธอคือ “ราชินีแบตมินตันของไทย” ด้วยอายุที่มากขึ้น ประสบการณ์ที่มากกว่าเดิม ความเยือกเย็น ความสุขุมในการเล่นที่ต่างจากตอนเป็นดาวรุ่ง บวกกับการวางแผนของทีมงานน้องเมย์ที่จะจัดโปรแกรมให้เหมาะสมและเอื้อประโยชน์กับสภาพร่างกายเจ้าตัว ไม่ต้องแข่งมากรายการจนเกินไป

เชื่อว่า “น้องเมย์” กลับมาครั้งนี้ “คนไทยทั้งประเทศมีความสุข” บางทีอาจจะมากกว่าการได้แชมป์ซะอีก เพราะความสำเร็จของ “รัชนก อินทนนท์” ที่ผ่านมาในอดีตก็ถือว่าเธอเป็น “อีกหนึ่งตำนานในวงการกีฬาไทย” ไปแล้ว สิ่งเดียวที่แฟนกีฬาไทยจะทำให้เธอได้คือ เป็นกำลังใจให้น้องเมย์ต่อไป ครับ